“อุตุฯ” เตือนเหนือ – อีสาน ฝนตกหนัก 29 ส.ค. – 2 ก.ย. “ปภ.” ผนึกกำลังพื้นที่แจ้งข้อมูล “รู้เร็ว เตือนเร็ว อพยพเร็ว” เร่งเยียวยา ย้ำ ไม่ต้องใช้สำเนาเอกสาร

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศแจ้งเตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดบึงกาฬ นครพนม เลย หนองคาย อุดรธานี สกลนคร ยโสธร ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม และหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก พื้นที่ลุ่มต่ำ อาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา และได้กำชับหน่วยงานชลประทานทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมประมาณ 49,524 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 65 ของความจุอ่างฯ รวมกัน และยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 27,142 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 15,095 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 61 ของความจุอ่างเก็บน้ำรวมกัน สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 9,688ล้าน ลบ.ม. กรมชลประทานจึงได้สั่งการให้โครงการชลประทานบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำไหลเข้า โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน และการสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง พร้อมทั้งทยอยปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด หากปริมาณน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและมีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มเติม จะแจ้งให้ประชาชนทราบเป็นระยะ และขอให้ประชาชนในพื้นที่ติดตามข้อมูลข่าวสารและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดขณะนี้กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ โดยจัดเตรียมเครื่องจักรกล เครื่องมือ และบุคลากรเจ้าหน้าที่พร้อมปฏิบัติงาน เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและรองรับสถานการณ์ฝนที่อาจเพิ่มขึ้น

ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญในการแจ้งเตือนภัย ตั้งแต่ระดับประเทศ ผ่านระบบ Cell Broadcast จนถึงระดับพื้นที่ให้ถึงประชาชนในพื้นที่อย่างครอบคลุม และเป็นข้อมูลการแจ้งเตือนภัยที่มีความถูกต้องและแม่นยำถึงจุดพื้นที่เสี่ยงมากที่สุด คือ การประสานข้อมูลสถานการณ์จากหน่วยงานระดับพื้นที่โดยตรงกับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ที่เข้าถึงประชาชนผ่านทุกช่องทาง อาทิ หอกระจายข่าว วิทยุชุมชน ผู้นำชุมชน ซึ่งจะทำให้การแจ้งเตือนภัยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ ในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 ที่มรสุมจะกลับมาแรงขึ้น ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดฝนแช่ (Stationary Heavy Rain) หรือฝนตกสะสม จนเกิดน้ำหลากในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน อีกทั้งยังได้ประสาน 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ตั้งแต่ 27 สิงหาคม – 2 กันยายน 2569 และแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ คาดการณ์ในช่วง 1 – 9 วันนี้ ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราระหว่าง 700 – 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.60 – 1.5 เมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณอำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน สำหรับจังหวัดที่มีความเสี่ยง ให้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงาน ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเกิดภัยให้เร่งช่วยเหลืออพยพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง กำหนดเส้นทางอพยพ เคลื่อนย้ายสิ่งของ จัดเตรียมถุงยังชีพและศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับผู้ประสบภัย

นอกจากนี้ยังกำชับให้จังหวัดที่มีสถานการณ์อุทกภัยเร่งฟื้นฟูเยียวยาประชาชนและพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้ประชาชนกลับเข้าสู่บ้านเรือนและใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 งบประมาณ 558,739,000 บาท เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร สิ่งสาธารณประโยชน์ ของประชาชน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำถึงแนวทางการอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชนผู้ประสบภัย ปภ. จึงได้ประสานไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัดให้ยกเลิกการเรียก/ขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาเอกสารอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้จากประชาชน ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาสาธารณภัยแก่ประชาชนผู้ประสบภัย เพื่อรับการสงเคราะห์และฟื้นฟู พร้อมทั้งแจ้งให้อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลของผู้ประสบภัย เพื่อมิให้เกิดความซ้ำซ้อน การสวมสิทธิ และป้องกันการตกหล่น เพื่ออำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยให้รวดเร็ว ลดระยะเวลาและขั้นตอนการปฏิบัติ ที่สำคัญจะได้ไม่เป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ประสบภัยตามนโยบายของรัฐบาล
– กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วันและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยที่อยู่อาศัยนั้นต้องอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือฯ และจะได้รับความช่วยเหลือ 1 ครั้ง ต่อ 1 หลังคาเรือน
– กรณีเสียชีวิตจากอุทกภัยทางตรงและดินโคลนถล่ม ให้ความช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพรายละ 2,000,000 บาท
ประชาชนสามารถยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือเดินทางมายื่นคำร้องด้วยตนเองที่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจะทำหน้าที่เป็นผู้บันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ส่วนกลางให้ทันที โดยเจ้าหน้าที่จะใช้กระบวนการดึงข้อมูลและตรวจสอบผ่านเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้ประสบภัยกับฐานข้อมูลรัฐโดยตรง ทำให้ไม่มีการเรียกขอสำเนาเอกสารจากประชาชนอีกต่อไป ความมุ่งมั่นของภาครัฐในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเร่งรัดเม็ดเงินช่วยเหลือให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและโปร่งใสเท่านั้น แต่ยังเป็นการพลิกโฉมการให้บริการประชาชนในยามวิกฤตให้มีความสะดวกสบาย ไร้รอยต่อ และเข้าถึงง่ายที่สุด เพื่อเคียงข้างประชาชนก้าวผ่านทุกวิกฤตอุทกภัยไปได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง

 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
Tag