การฟื้นฟูพื้นที่จังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ได้ลงพื้นที่หมู่บ้านเฮี้ย เพื่อติดตามความคืบหน้าในการฟื้นฟู เคลียร์ดินโคลนและขยะที่ทับถมในพื้นที่น้ำท่วมได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 70% โดยได้แจ้งว่าขณะนี้ทางหน่วยงานของรัฐและท้องถิ่นได้เร่งรัดการฟื้นฟูและเยียวยา พร้อมกับนำข่าวดีมาแจ้ง “ป้ากาหลง” ซึ่งถูกมวลน้ำและโคลนซัดบ้านพังเสียหายทั้งหลัง โดยเปิดภาพแบบจำลอง 3 มิติ “บ้านผู้ประสบภัย” ที่จะสร้างบ้านใหม่ให้เป็นบ้านยกพื้นสูงเพื่อความปลอดภัย ซึ่งสร้างความตื้นตันใจให้กับป้ากาหลงเป็นอย่างยิ่ง และได้สั่งการจังหวัด และหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งเคลียร์เศษวัสดุ ท่อนไม้ และสิ่งปฏิกูล ออกจากทางน้ำโดยเร็ว ซ่อมแซมถนนและทางเชื่อม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติ ส่วนหมู่บ้านฝาย ปัจจุบันเคลียร์พื้นที่คืบหน้าไปแล้วกว่า 80% ประชาชนเริ่มกลับมาอยู่อาศัยและใช้งานได้เกือบตามปกติ และเดินทางไปที่หมู่บ้านร้อง เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ Fix It Center (ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน) ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน โดยได้เปิดให้บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำป่าและดินโคลนถล่ม เพื่อกู้คืนทรัพย์สินที่ยังสามารถซ่อมแซมได้ให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในพื้นที่
สำหรับสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกิจกรรมบรรจุถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ก่อนปล่อยขบวนคาราวานรถบรรทุกนำสิ่งของไปส่งมอบให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ระดมความช่วยเหลือจากทั้งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชน ส่งถุงยังชีพไปให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน จำนวน 1,500 ถุง โดยสิ่งของภายในถุงยังชีพเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทั้งน้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจาน ครีมอาบน้ำ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แชมพู โรลออน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง บิสกิต ขนมขบเคี้ยว นมพร้อมดื่ม กาแฟสำเร็จรูป และยารักษาโรค เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที โดยนางศุภจี เน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญคือต้องช่วยให้ตรงกับความต้องการของแต่ละจุด เพราะแต่ละพื้นที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน กระทรวงพาณิชย์จึงพยายามส่งสิ่งที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ให้ถึงประชาชนอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องนอน รวมถึงผู้ประกอบการด้านอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค นอกจากนี้ยังสนับสนุนเงินสดเพื่อช่วยเหลือในจุดที่มีความต้องการเฉพาะ โดยเฉพาะโรงเรียนที่เด็กๆ มีความต้องการเครื่องนอนและเครื่องนุ่งห่ม เพื่อให้สามารถจัดซื้อสิ่งของที่ตรงกับความจำเป็นและส่งความช่วยเหลือถึงพื้นที่ได้อย่างเหมาะสมสถานการณ์ด้านสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ประสบภัย กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะไม่ขาดแคลนและราคาจะไม่สูงเกินสมควร รวมทั้งเดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยจะจัดสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาพิเศษให้แก่ประชาชนในพื้นที่ พร้อมทั้งเร่งดูแลผู้ประกอบการและ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเป็นหน่วยงานหลักในการสำรวจและประเมินผลกระทบ พิจารณาแนวทางช่วยเหลือด้านการสร้างอาชีพ โดยเฉพาะโครงการ “แฟรนไชส์สร้างอาชีพ” ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้รวดเร็ว ประสานธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการหรือเริ่มต้นธุรกิจ
ส่วนการช่วยเหลือเยียวยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ชี้แจงแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติงบกลาง จำนวน 558,739,000 บาทพร้อมเปิดช่องทางลงทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ย้ำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดขั้นตอน เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยกำหนดเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ ดังนี้
– ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง ไม่เกิน 7 วันและทรัพย์สินได้รับความเสียหาย และที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกัน เกิน 7 วันขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยที่อยู่อาศัยนั้น ต้องอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือฯ จะได้รับความช่วยเหลือ 1 ครั้งต่อ 1 หลังคาเรือน
– กรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่ม และอุทกภัยโดยตรง ให้ความช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพ รายละ 2,000,000 บาท การลงทะเบียนเพื่อรับความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยสามารถยื่นคำร้องได้ทั้ง 2 ช่องทาง ได้แก่
1. ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งระบบจะเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบความถูกต้องทันที และประชาชนสามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์
2. ยื่นเอกสารด้วยตนเองได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกนำข้อมูลเข้าสู่ระบบให้
เพื่อให้การเยียวยาประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ปภ. ได้เน้นย้ำจังหวัดให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่มีสิทธิ์ตามหลักเกณฑ์ ตรวจสอบการผูกบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) กับเลขประจำตัวประชาชนให้พร้อม เนื่องจากธนาคารออมสินจะโอนเงินเยียวยาเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของผู้มีสิทธิ์เท่านั้น นอกจากนี้ ให้จังหวัดจัดกลุ่มผู้ลงทะเบียนที่มีข้อมูลครบถ้วนตามเงื่อนไข และเคยรับสิทธิ์เงินเยียวยาในปีก่อน เพื่อให้ส่งเรื่องดำเนินการได้ทันที และให้หน่วยงานในพื้นที่ทยอยส่งข้อมูลผู้ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วเข้าสู่ระบบโดยไม่ต้องรอให้รวบรวมข้อมูลครบทั้งหมู่บ้าน เพื่อ ปภ. จะได้ส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินเพื่อโอนเงินให้กับผู้ประสบภัยโดยเร็ว หากมีข้อติดขัดให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อประสานการช่วยเหลือและให้การเยียวยาประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว