ไทย-จีน เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจแห่งอนาคต ลงนาม MOU 15 ฉบับ สร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชนทั้งสองประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือกับนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง โดยไทยและจีนมุ่งมั่นที่จะสานต่อมิตรภาพไทย-จีน ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 ของความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. การเมืองและความมั่นคง เพิ่มการแลกเปลี่ยนระดับสูง จัดตั้งกลไกความร่วมมือ 2+2 ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม ร่วมปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งหลอกลวงออนไลน์
2. เศรษฐกิจและการลงทุน ส่งเสริมการค้าที่สมดุล การลงทุนคุณภาพสูงที่สร้างงานและมูลค่าเพิ่มในไทย ตลอดจนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และโครงสร้างพื้นฐาน
3. ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนด้านสื่อ เพื่อสร้างความเข้าใจและความใกล้ชิดระหว่างประชาชนไทย–จีน
4. ความร่วมมือระดับภูมิภาค สนับสนุนบทบาทศูนย์กลางของอาเซียน ความร่วมมือในลุ่มแม่น้ำโขง การแก้ไขปัญหาในภูมิภาคผ่านการเจรจา และการสนับสนุนสันติภาพในเมียนมา

นายกรัฐมนตรีได้สนับสนุนให้รัฐสภาของทั้งสองประเทศเพิ่มการแลกเปลี่ยนด้านนิติบัญญัติ ความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติของไทยและจีน จะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มความปลอดภัย และเสริมเสถียรภาพของภูมิภาคในระยะยาว พร้อมเชิญประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีนเยือนไทย ซึ่งหากเกิดขึ้น จะเป็นการเยือนไทยครั้งแรกในรอบ 15 ปี โดยจีนพร้อมสนับสนุนและขยายร่วมมือกับไทย โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI)  เทคโนโลยีดิจิทัล อวกาศ สุขภาพ สิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด และร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ในเวทีระหว่างประเทศ อาทิ อาเซียน-จีน กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง รวมถึงการยึดมั่นและการปกป้องหลักการสากล ตามหลักองค์การสหประชาชาติ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้หารือแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน  ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย-จีน ครอบคลุมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีแห่งอนาคต ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว และการค้าการลงทุนสมัยใหม่ อาทิ AI และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนทั้งสองประเทศ ส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เสนอให้เร่งผลักดันความร่วมมือใน 3 สาขาหลัก และเห็นพ้องอีก 2 ด้าน ดังนี้
1. การค้าและการลงทุน ไทยขอให้จีนเพิ่มการนำเข้าผลไม้และอาหารแปรรูปคุณภาพสูงจากไทย ยินดีต้อนรับการลงทุนคุณภาพจากจีนที่ช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับทักษะแรงงานไทย และปฏิบัติตามกฎหมายไทย พร้อมเร่งรัดการจัดทำ FTA เพื่อประโยชน์ต่อนักลงทุนที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต
2. การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ยืนยันเดินหน้ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ให้แล้วเสร็จตามกำหนดปี 2573 พร้อมเตรียมระยะที่ 2 และผลักดันสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 รวมถึงเส้นทางรถไฟเชียงของ-นาเตย-โม่ฮัน เชื่อมโยงจีนตอนใต้ ไทย ลาว มาเลเซีย และสิงคโปร์
3. ความมั่นคง เห็นพ้องจัดตั้งกลไกหารือด้านการต่างประเทศและกลาโหมไทย-จีน (2+2 Mechanism) โดยไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพครั้งแรก พร้อมขยายความร่วมมืออุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพัฒนาบุคลากร
4. วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เร่งขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI เทคโนโลยีสุขภาพ อวกาศ พลังงานนิวเคลียร์ และควอนตัม
5. การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพิ่มความร่วมมือแลกเปลี่ยนข่าวกรอง ข้อมูลการสืบสวน และธุรกรรมทางการเงิน เพื่อปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์และการฉ้อโกงทางการเงิน
นายกรัฐมนตรีขอบคุณจีนที่สนับสนุนการท่องเที่ยวไทยผ่านการประชาสัมพันธ์บนแพลตฟอร์มต่างๆ  ของจีน พร้อมยืนยันความพร้อมดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจีน สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ไทยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกทวิภาคีบนพื้นฐานของความจริงใจ โดยชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของจีนในการสนับสนุนให้ทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา

ภายหลังการหารือนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ 15 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมด้านการอุดมศึกษา ห่วงโซ่อุตสาหกรรม การศึกษา AI ทรัพย์สินทางปัญญา นิวเคลียร์ฟิวชัน สาธารณสุข ดาวเทียมนำทางเป่ยโต่ว การป้องกันฟอกเงิน การส่งออกสัตว์น้ำ ความร่วมมือสื่อมวลชน การจัดการน้ำ และการสำรวจอวกาศห้วงลึก ได้แก่
1. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
2. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทานระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาปัญญาประดิษฐ์ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
4. บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
5. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ฟิวชั่นระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
6. บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรไทยกับคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือสาธารณสุข
7. บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือในการประยุกต์ใช้ดาวเทียมนำทางเป่ยโต่ว
8. บันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเพื่อป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกับกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
9. พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกัน และสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคที่จะส่งออกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีนระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
10. บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมประชาสัมพันธ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักข่าว People’s Daily แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
11. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจัดการน้ำในพื้นที่ชนบท พลังงานน้ำ และการชลประทานระหว่างกระทรวงทรัพยากรน้ำแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย
12. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านสื่อมวลชนระหว่างกรมประชาสัมพันธ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักข่าวซินหัวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
13. บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับองค์กรอวกาศแห่งชาติจีนว่าด้วยเรื่องการจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน ด้านการสำรวจอวกาศห้วงลึก
14. บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมประชาสัมพันธ์กับกลุ่มสื่อแห่งชาติจีนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
15. ข้อตกลงโครงการวิจัยร่วมระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
อีกทั้ง นายกรัฐมนตรีและคณะยังได้เดินทางเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ Alibaba Group ศึกษานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมต่อยอดความร่วมมือด้านการลงทุนและการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชน โดยนาย Fan Luyuan ประธานและซีอีโอ กลุ่มธุรกิจสื่อและความบันเทิงดิจิทัล ให้การต้อนรับ โดยนายกรัฐมนตรีชื่นชมบทบาทของ Alibaba ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่พัฒนาสู่ระบบนิเวศดิจิทัลครบวงจร ปัจจุบันมีธุรกิจในไทยทั้งด้านคลาวด์ อีคอมเมิร์ซ และโลจิสติกส์ และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและศูนย์กระจายสินค้านายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจของภูมิภาค รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนในไทยด้าน AI คลาวด์ และโลจิสติกส์ สอดคล้องกับธุรกิจของบริษัท รวมถึงอยากเห็นความร่วมมือผ่านแพลตฟอร์มที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย รวมทั้งการพัฒนาทักษะดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล และยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นประตูยุทธศาสตร์สู่อาเซียน


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
Tag