<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวสารประชาสัมพันธ์ทั่วไป]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://secretary.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/509313</link>
<guid isPermaLink="false">c02debf840df929fb4c10e94e6dc8de4</guid>
<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 13:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260604f9d34c325c8079bd614eab0de7557af3132711.jpg' type='image/jpg' length='790769' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้บริหารหน่วยงานในกำกับดูแล ร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/509310</link>
<guid isPermaLink="false">e1278d7fe84d8fb507a9743a09c02986</guid>
<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 13:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะผู้บริหารหน่วยงานในกำกับดูแล ร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260604e810b1a7b622ddea0b047a9cc034d12d132237.jpg' type='image/jpg' length='587517' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/509304</link>
<guid isPermaLink="false">ce0169b5dd2a41d1184442a6bcc2a0ed</guid>
<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 13:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ ห้องแดง อาคารหน่วยราชการในพระองค์ ๙๐๔ ในพระบรมมหาราชวัง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260604a9af90ea190e860ab79e386944e71193132042.jpg' type='image/jpg' length='792127' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“สีหศักดิ์” ร่วมประชุม OECD หารือนโยบายเศรษฐกิจ​-อุตสาหกรรมโลก ย้ำให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ในปี 2571]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/509250</link>
<guid isPermaLink="false">ecc021bcf56a6bbfa53694d046b08964</guid>
<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 11:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมคณะมนตรีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาในระดับรัฐมนตรี (Organization for Economic Co-operation and Development Ministerial Council Meeting: OECD MCM) ประจำปี ค.ศ. 2026 ณ สำนักงานใหญ่ OECD กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก &ldquo;Getting Industrial Policies Right for Open Markets, Growth and Prosperity&rdquo; ระหว่างวันที่ 3 &ndash; 4 มิถุนายน 2569 ตามคำเชิญของนายมาธิอัส คอร์มันน์ เลขาธิการ OECD และนาย Petteri Orpo นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์ ในฐานะที่ฟินแลนด์เป็นประธานการประชุม MCM ประจำปี 2569 โดยนายสีหศักดิ์ ได้กล่าวถ้อยแถลงในช่วงการประชุมเต็มคณะ (Plenary Session) ภายใต้หัวข้อ &ldquo;Balancing the Goals and Impacts of Industrial Policy&rdquo; โดยเน้นย้ำว่า แม้นโยบายอุตสาหกรรมยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นโยบายอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับจากการมุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมรายสาขา ไปสู่การส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจในภาพรวม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างความยืดหยุ่น และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวต้องอาศัยการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ โดยส่งเสริมการพัฒนาทักษะและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ควบคู่กับการส่งเสริมนวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเทคโนโลยีสีเขียว พร้อมทั้งเน้นความสำคัญของการบูรณาการทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เนื่องด้วยห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี พลังงาน และการลงทุนมีความเชื่อมโยงข้ามพรมแดนมากขึ้น ในโอกาสนี้ยังได้ย้ำถึงการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทยให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2571 เพื่อยกระดับและเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจของไทย โดยจะช่วยให้ไทยนำแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในระดับสากลมาปรับใช้ เพิ่มประสิทธิภาพการกำหนดนโยบาย เสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันต่างๆ และไทยยังสามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองเชิงนโยบายกับ OECD ซึ่งจะมีบทบาทเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง OECD กับประเทศกำลังพัฒนาได้ อีกทั้งยังได้หารือกับนายมาธิอัส คอร์มันน์ เลขาธิการ OECD ยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการขับเคลื่อนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงการประเมินทางเทคนิค (Technical Review) จากคณะกรรมการ OECD 25 คณะ พร้อมทั้งขอบคุณ OECD ที่ให้การสนับสนุนไทยอย่างต่อเนื่อง และยินดีต้อนรับเลขาธิการ OECD สำหรับการเยือนไทยในช่วงปลายปีนี้&nbsp;&nbsp;การเข้าเป็นสมาชิก OECD เป็นวาระแห่งชาติที่สำคัญของไทย ขณะนี้เป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศสำหรับการพัฒนาในระยะต่อไปและหลุดพ้นจากการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง โดยจะเป็นกลไกสำคัญในการปฏิรูปและยกระดับมาตรฐานของไทยใน 3 มิติ ได้แก่ 1. การยกระดับมาตรฐานด้านกฎระเบียบ ธรรมาภิบาล และประสิทธิภาพภาครัฐให้สอดคล้องกับสากล 2. การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมทั้งช่วยให้ไทยเชื่อมโยงกับประเทศสมาชิก OECD ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และ 3. การสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชนไทย ทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ การคุ้มครองแรงงาน และการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การเติบโตของไทยเป็นไปอย่างครอบคลุมและยั่งยืน<br />
นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ยังได้หารือกับนาง Julie Le Saos ที่ปรึกษาประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศสสำหรับภูมิภาคอเมริกา เอเชีย และโอเชียเนีย นายโฮริอิ อิวาโอะ (H.E. Mr. Horii Iwao) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น นางสาวเววิสลาวา เปโตรวา ชาโมวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบัลแกเรีย ทั้งสองฝ่ายได้ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะกระชับความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างกันมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน การแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนทางการค้าและภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ</p>

<p>OECD คืออะไร ทำไมประเทศไทยจึงตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิกให้ได้ในปี 2571<br />
OECD (Organization for Economic Co-operation and Development) หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2504 แรกเริ่มประกอบด้วยประเทศสมาชิกทั้งหมด 20 ประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ส่งเสริมการประสานงานด้านนโยบายและเสรีภาพทางเศรษฐกิจในหมู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว OECD โดยพัฒนาจาก OEEC (Organization for European Economic Co-operation) หรือ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2491 เพื่อบริหารเงินช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ภายใต้แผนมาร์แชลล์ (Marshall Plan) เพื่อบูรณะฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและสังคมของยุโรปภายหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่<br />
กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ปัจจุบันประเทศสมาชิกของ OECD มีทั้งหมด 38 ประเทศทั่วโลก โดย OECD มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศสมาชิก ประกอบด้วย<br />
1. ด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ที่แข่งขันได้อย่างเป็นธรรมในระดับโลก<br />
2. ด้านการศึกษา ทุนมนุษย์ และนวัตกรรม ส่งเสริมการศึกษาและทักษะตลอดชีวิต ยกระดับคุณภาพคนให้พร้อมรับโลกอนาคต<br />
3. ด้านธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชัน ส่งเสริมความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีส่วนร่วมของประชาชน ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบราชการและภาครัฐ<br />
4. ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม (Climate Change) ส่งเสริมนโยบายปกป้องสิ่งแวดล้อม และรับมือกับปัญหาโลกร้อน เช่น การลดการปล่อยคาร์บอน การใช้พลังงานสะอาด และการรีไซเคิล</p>

<p>จุดเริ่มต้นการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย<br />
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2567 คณะมนตรี OECD (OECD Council) ซึ่งประกอบด้วย 38 ประเทศสมาชิก มีมติเอกฉันท์เห็นชอบเปิดการหารือกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก (accession discussion) กับประเทศไทย นับเป็นก้าวสำคัญที่ไทยจะมีบทบาทในเวทีโลกและยกระดับประเทศสู่มาตรฐานสากลในทุกมิติ ประเทศไทยได้ยื่นต้นฉบับหนังสือแสดงเจตจำนงในการเข้าเป็นสมาชิก OECD เมื่อเดือนเมษายน 2567 และได้รับเชิญให้เข้าร่วมหารือวาระพิเศษกับคณะมนตรี OECD ซึ่งไทยได้นำเสนอจุดแข็งของประเทศและผลประโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายจะได้รับร่วมกันจากการเข้าเป็นสมาชิกของไทย นับเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งต่อมาคณะมนตรี OECD ได้มีมติเอกฉันท์เปิดการหารือกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกกับประเทศไทย จึงทำให้ไทยมีสถานะเป็นประเทศผู้สมัครที่อยู่ในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นให้กับ นาย ฟรานติเช็ก รูซิกกา รองเลขาธิการแห่งองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD Deputy Secretary-General) ซึ่งนับว่าเป็นก้าวสำคัญในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) บันทึกข้อตกลงเบื้องต้นฉบับนี้คือการประเมินตนเองขั้นต้นของประเทศไทยถึงความสอดคล้องด้านกฎหมาย นโยบายและแนวปฏิบัติของประเทศไทยต่อมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ดีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และการยื่นครั้งนั้นถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการประเมินทางเทคนิคภายใต้กระบวนการการเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ตามที่กำหนดไว้ในแผนการดำเนินการเพื่อเข้าเป็นสมาชิกของประเทศไทย (Thailand&rsquo;s Accession Roadmap) ซึ่งได้รับการลงมติจากประเทศสมาชิก 38 ประเทศของ OECD ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567 จากนั้นคณะกรรมาธิการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้ง 25 คณะ ซึ่งครอบคลุมนโยบายในหลายๆ ด้าน เช่น สภาพแวดล้อมด้านการลงทุน ตลาดการเงินและการพัฒนาระดับภูมิภาค จึงได้เริ่มประเมินเชิงลึกถึงสถานะของประเทศไทย และตลอดกระบวนการเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD และประเทศไทยจะเจรจากันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยสนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย นโยบายและแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ดีของ OECD เมื่อกระบวนการเข้าสู่การเป็นสมาชิกจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปอย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ นายมาธิอัส คอร์มันน์ (Mathias Cormann) เลขาธิการ ได้กล่าวว่า &ldquo;กระบวนการเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD คือเส้นทางสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมประเทศไทยในการพัฒนาแผนงานการปฏิรูปได้อย่างครอบคลุม และเสริมสร้างรากฐานให้มั่นคงเพื่อการเจริญเติบโตในระยะยาวควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายของประเทศไทยที่มุ่งหน้าเข้าสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี พ.ศ. 2580 กระบวนการนี้จะเป็นประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย โดยประเทศไทยจะเข้าถึงเครือข่ายด้านนโยบายและผู้เชี่ยวชาญจาก OECD ในขณะเดียวกัน OECD จะได้รับประโยชน์จากประเทศไทย จากข้อมูลเฉพาะและแนวคิดจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้ามาทำงานในองค์การ</p>

<p>ประโยชน์ของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD คือ การที่ทำให้โลกเห็นว่า &ldquo;ไทยพร้อมจะพัฒนาแบบยั่งยืนและมีมาตรฐาน&rdquo; สำหรับประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ ได้แก่&nbsp;<br />
1. การเพิ่มความน่าเชื่อถือของไทยในสายตาต่างชาติ สร้างความมั่นใจให้นักลงทุน เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ<br />
2. เศรษฐกิจดีขึ้น และรายได้ของประเทศเพิ่มขึ้น จะทำให้ GDP เติบโตถึง 1.6% เพราะสามารถเพิ่มการแข่งขันของภาคธุรกิจ ก้าวข้ามกับดักการพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน<br />
3. คุณภาพการศึกษาไทยดีขึ้น มาตรฐานการศึกษาเข้าใกล้ระดับโลก เช่น ผล PISA ดีขึ้น<br />
4. รัฐบาลและระบบราชการโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาครัฐเปิดเผยข้อมูล ตรวจสอบได้และส่งเสริมธรรมาภิบาล ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง<br />
5. สิ่งแวดล้อมได้รับการดูแลมากขึ้น ส่งเสริมนโยบายสีเขียว ลดการปล่อยคาร์บอน และใช้พลังงานสะอาด</p>

<ul>
	<li itemprop="about">Tags: <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2/">นโยบาย</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1-oecd/">ประชุม OECD</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/">อุตสาหกรรมโลก</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/">เศรษฐกิจ</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/2026060457fd4065f7dae8b0dc762095468da3e6111632.jpg' type='image/jpg' length='236111' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ลดค่าครองชีพ ประชาชนใช้สิทธิคึกคักทั่วประเทศ AI “นกกระซิบ” ช่วยร้านค้าวิเคราะห์ยอดขาย]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/508654</link>
<guid isPermaLink="false">4f98c1eb45023e8e00d07c00c1d5b954</guid>
<pubDate>Tue, 02 Jun 2026 13:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊ก เชิญชวนประชาชนที่เข้าร่วม โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; ไปใช้สิทธิ โดยมีข้อความระบุว่า &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส เริ่มแล้ว อย่าลืมออกไปจับจ่ายใช้สอยกันตามส่วน 60/40 นะครับ&rdquo;</p>

<p>ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความพร้อมของการดำเนินโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo; ณ ตลาดสดธนบุรี ถนนบรมราชชนนี ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ เพื่อประเมินความพร้อมของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ระบบการชำระเงิน และการให้บริการในพื้นที่จริง โดยได้พบปะประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ พร้อมรับฟังข้อคิดเห็น ปัญหา และข้อเสนอแนะจากผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ รวมทั้งติดตามการทำงานของระบบและกระบวนการให้บริการ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง จากการมาสำรวจรู้สึกดีใจที่เห็นประชาชนมาใช้จ่ายกับโครงการ ซึ่งช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนได้จริงๆ และได้รับการยืนยันจากประชาชนว่าการใช้จ่ายผ่าน G Wallet ในแอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; ใช้งานง่าย ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย ใช้งานสะดวก<br />
นายเอกนิติ เน้นย้ำว่า โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo; ที่รัฐบาลสมทบค่าใช้จ่ายให้ 60% หรือ 200 บาทต่อวัน และประชาชนจ่ายเอง 40% หรือ 133 บาทต่อวัน รวมเป็น 333 บาทต่อวัน วงเงิน 1,000 บาทต่อเดือน ผู้ที่มีสิทธิไม่จำเป็นต้องใช้วันแรก ใช้เมื่อไรก็ได้ ไม่ตัดสิทธิ แต่ให้ใช้จ่ายให้หมดภายในเดือนไม่สมทบในเดือนถัดไป เพราะวัตถุประสงค์โครงการไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เพื่อบรรเทาค่าครองชีพให้กับประชาชน แก้วิกฤต ปากท้องของประชาชน ให้ประชาชนได้ซื้อสินค้าราคาถูกลง<br />
การใช้สิทธิวันแรก (1 มิ.ย. 69) ประชาชนและร้านค้าใช้สิทธิผ่านโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส 60/40&rdquo; กันอย่างคึกคัก เวลา 17.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 1,084.43 ล้านบาท โดยประชาชนจ่าย 454.78 ล้านบาท รัฐร่วมจ่าย 629.65 ล้านบาท จำนวนผู้ใช้จ่าย 5 ล้านคน และจำนวนร้านค้าที่มีการใช้จ่าย 5.66 แสนร้านค้า โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิซื้อสินค้ากับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ และใช้บริการขนส่งมวลชนสาธารณะ โดยชำระผ่าน G Wallet ในแอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; ได้ตั้งแต่บัดนี้ &ndash; วันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 &ndash; 23.00 น. และสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน &ndash; 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 &ndash; 21.00 น.<br />
ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (1 มิ.ย. 69) เป็นวันแรกที่รัฐบาลได้โอนเงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน ทำให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับวงเงินรวม 1,000 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน &ndash; กันยายน 2569 มีผู้มาใช้สิทธิตรวจสอบข้อมูล และสแกนใบหน้า เพื่อเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นในครัวเรือน อาทิ ข้าวสาร น้ำตาลทราย น้ำมันพืช น้ำปลา และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหลายราย รู้สึกดีใจและขอบคุณรัฐบาลที่เพิ่มวงเงินช่วยเหลือ เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นรูปธรรม และตั้งใจใช้สิทธิเต็มวงเงิน 1,000 บาท เพื่อซื้อสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอต่อการดำรงชีพ และหวังให้มีมาตรการช่วยเหลือลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง<br />
สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า ขณะนี้มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการแล้ว 1.05 ล้านร้านค้า ซึ่งยังเปิดให้ร้านค้าใหม่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ส่วนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการแล้ว นายเอกนิติ ได้แนะนำให้ร้านค้าใช้งาน AI &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; ซึ่งเป็น AI Chatbot สำหรับร้านค้า ที่อยู่บนแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; เพื่อให้ร้านค้าใช้ในการวิเคราะห์ยอดขายเป็นรายวัน วิเคราะห์ช่วงเวลาที่ขายดีที่สุด ราคาขายเฉลี่ย และสามารถเตรียมสินค้า เปรียบเทียบราคา ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และวางแผนบริหารร้านค้าได้แม่นยำมากขึ้น ที่สำคัญสามารถนำข้อมูลการขายไปขอสินเชื่อในระบบได้ โดยไม่ต้องกู้นอกระบบ<br />
กรณีกลุ่มผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน นายเอกนิติ กล่าวว่า บุคคลที่ไม่มีสมาร์ทโฟนหรือรายได้น้อย น่าจะอยู่ในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว โดยวันที่ 2 มิถุนายน 2569 กระทรวงการคลัง จะเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบสิทธิใหม่ โดยจะนำสิทธิของผู้รับสิทธิเก่า ซึ่งปัจจุบันมี 13.18 ล้านคน มาคัดกรองตามเกณฑ์ใหม่ คาดว่าปริมาณผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอาจลดลง 20 &ndash; 40% ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ตกหล่นหรือเป็นผู้มีรายได้น้อย สามารถไปติดต่อได้ที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อเก็บตกมาคัดกรองใหม่ โดยไม่มีการเปิดลงทะเบียนใหม่</p>

<ul>
	<li itemprop="about">Tags: <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%9a/">นกกระซิบ</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/">ร้านค้า</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e/">ลดค่าครองชีพ</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%aa-60-40/">ไทยช่วยไทย พลัส 60/40</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260602f96df430513c967777ea3733d42d585c130600.jpg' type='image/jpg' length='241262' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมธนารักษ์ ครบรอบ 93 ปี]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/507886</link>
<guid isPermaLink="false">63c8bf4d8f599457ee17dc31bea4c15c</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 16:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 29 พฤษภาคม 2569&nbsp;นางสาวประวีณา ธาดาพรหม รักษาราชการแทนเลขานุการกรม กรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้แทนอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมธนารักษ์ ครบรอบ 93 ปี ณ กรมธนารักษ์ ถนนพระรามที่ 6 เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร<br />
ในโอกาสนี้ กรมประชาสัมพันธ์ได้ร่วมบริจาคเงินสมทบกองทุนสวัสดิการกรมธนารักษ์ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์และการกุศลของกรมธนารักษ์</p>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260529e65bcd1159227ba509368a20ce61e26a164621.jpg' type='image/jpg' length='477638' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ จับมือ ผู้ว่าฯ นนทบุรี บุกสวนทุเรียน GI โชว์ตัดทุเรียนหมอนทองสดจากต้น การันตีคุณภาพ พร้อมเชิญชวนเที่ยวงาน "นนทบุรี การันตี ของดีเมืองนนท์ 2026" ณ เซ็นทรัลเวสต์เกต 4-9 มิถุนายนนี้]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/507885</link>
<guid isPermaLink="false">e8b082c76da1c41209ba56b6f4a85363</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 16:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 28 พฤษภาคม 2569&nbsp;เวลา 16.30 น. &ndash; นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยนายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสวนทุเรียนของนายนพพร คุ้มวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสวนทุเรียนที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดนนทบุรี เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์และผลักดันผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพสูงของจังหวัดสู่ตลาดผู้บริโภค<br />
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้ร่วมสาธิตวิธีการตัดทุเรียนสายพันธุ์หมอนทองนนทบุรีจากต้นด้วยความทะมัดทะแมง พร้อมทั้งสาธิตแกะทุเรียนสดจากสวนด้วยตนเอง เพื่อพิสูจน์คุณภาพเนื้อทุเรียนหมอนทองเมืองนนท์ ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในด้านรสชาติที่หวานมัน ละมุนลิ้น และกลิ่นหอมละมุน อันเป็นคุณสมบัติเด่นของทุเรียนที่ปลูกในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาจังหวัดนนทบุรี<br />
นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เป็นการร่วมมือกันเพื่อสนับสนุนและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดนนทบุรี ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกรมประชาสัมพันธ์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ<br />
ด้านนายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดนนทบุรีมีความพร้อมอย่างยิ่งในการจัดงาน &quot;นนทบุรี การันตี ของดีเมืองนนท์ 2026&quot; ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรวมสุดยอดสินค้า GI สินค้าชุมชน (OTOP) และผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัดนนทบุรีมาไว้ในจุดเดียว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าคุณภาพดีจากผู้ผลิตโดยตรง<br />
จังหวัดนนทบุรี จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้สนใจ เข้าร่วมงาน &quot;นนทบุรี การันตี ของดีเมืองนนท์ 2026&quot; ระหว่างวันที่ 4 - 9 มิถุนายน 2569 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ภายในงานนอกจากจะได้เลือกซื้อทุเรียนหมอนทองนนทบุรีแท้แล้ว ยังมีสินค้าอุปโภคบริโภคที่เป็นของดีเมืองนนท์อีกมากมายให้ได้เลือกสรรตลอดการจัดงาน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260529ac2f3545978e9e81de4fcdfbdd391354163742.jpg' type='image/jpg' length='570792' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พม. MOU ขับเคลื่อนจังหวัดนําร่องเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ เตรียมพร้อมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride 2030]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/507637</link>
<guid isPermaLink="false">34f5d2134b2d3543388e8f00f6fb46d4</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 10:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือภาคีในการขับเคลื่อนจังหวัดนําร่องเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ (Pride City Network) เพื่อการเตรียมความพร้อมและสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพระดับโลก World Pride 2030 ของประเทศไทย</p>

<p>นายนิกร กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ เป็นการประสานความร่วมมือเพื่อยกระดับจังหวัดให้เป็นพื้นที่แห่งความเท่าเทียม ปลอดภัย และมีความพร้อมในทุกมิติสู่มาตรฐานสากล สำหรับสนับสนุนประเทศไทยในการได้รับคัดเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride 2030 ภายใต้หลักการสำคัญ ได้แก่ 1) หลักการมีส่วนร่วมโดยกำหนดทิศทางและร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัยอย่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน 2) หลักความพร้อมเชิงโครงสร้างและนโยบาย โดยปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อบังคับ รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น และ 3) หลักมาตรฐานสากลและความเป็นมืออาชีพ โดยเชื่อมโยงและนำเกณฑ์การคัดเลือกขององค์กรอินเตอร์ไพรด์ ที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่มาประยุกต์ใช้เพื่อส่งผลให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ บูรณาการทรัพยากรและความเชี่ยวชาญร่วมกัน สำหรับการสร้างเมืองต้นแบบที่ยอมรับความหลากหลายและมีความยั่งยืน ภายใต้พันธกิจ 5 ด้าน ตั้งแต่การบริหารนโยบาย การพัฒนาเศรษฐกิจท่องเที่ยว การจัดสวัสดิการพื้นที่ปลอดภัย การเชื่อมโยงสากล และการสนับสนุนองค์ความรู้</p>

<p>เดือนมิถุนายนถือเป็นเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (Pride Month) เพื่อร่วมสดุดีและระลึกถึงเหตุการณ์การจลาจลสโตนวอลล์ ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1969 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในการต่อสู้เรียกร้องสิทธิ โอกาส และเสรีภาพการใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียมในสังคมตามหลักการสิทธิมนุษยชน และต่อมาได้ขยายประเด็นการเคลื่อนไหวเพื่อส่งเสริมให้บุคคลทุกเพศภาคภูมิใจในคุณค่าและศักดิ์ศรีของตนเอง รวมทั้งสร้างการยอมรับในความแตกต่าง การเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลทุกเพศ ทั้งนี้ ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างสังคมที่มีความมั่นคงปลอดภัย พร้อมยอมรับทุกความแตกต่างและหลากหลาย เพื่อร่วมกันสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมระหว่างเพศ</p>

<p>สำหรับเดือน Pride Month นอกจากมีการจัดพิธีลงนาม MOU ทาง กระทรวง พม. ได้มีแผนการจัดกิจกรรมสำคัญร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ วันที่ 29 &ndash; 30 พฤษภาคม 2569 จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างกลไกในการคุ้มครองและป้องกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ภายใต้ MOU วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 &nbsp;เดินขบวนพาเหรดรณรงค์ Pride Month &ldquo;พม. x Pride City Network Parade 2026&rdquo; และวันที่ 2 มิถุนายน 2569 &nbsp;&nbsp;&nbsp;ติดเข็มกลัด Road to Bangkok WorldPride 2030 แก่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ซึ่งสอดคล้องกับประเทศไทย ที่กำลังอยู่ในกระบวนการเสนอชื่อเป็นเจ้าภาพในการจัดเทศกาล World Pride 2030 ถือเป็นหมุดหมายครั้งประวัติศาสตร์ เพราะหากทำสำเร็จจะเป็นครั้งแรกที่งานระดับโลกนี้จะถูกจัดขึ้นบนพื้นที่ทวีปเอเชีย เนื่องจากกรุงเทพมหานคร ถูกนำเสนอในฐานะ &ldquo;เมืองที่ให้คุณได้เป็นตัวเองอย่างแท้จริง&rdquo; (The city that lets you be yourself) ซึ่งเป็นเหมือนเซฟโซนที่โอบรับผู้ลี้ภัยทางเพศหรือนักท่องเที่ยวกลุ่มหลากหลายจากทั่วเอเชียมาอย่างยาวนาน โดยงาน Pride มีการจัดกิจกรรมมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมหลายพันเมือง ตั้งแต่ทวีปอเมริกา ยุโรป เอเชีย ไปจนถึงแอฟริกา มีผู้เข้าร่วมงานรวมกันหลายสิบล้านคนต่อปี เช่น New York City Pride (สหรัฐฯ) และ S&atilde;o Paulo Gay Pride (บราซิล) ที่แต่ละแห่งมีผู้เข้าร่วมเฉลี่ยสูงถึง 3 &ndash; 5 ล้านคนต่อปี จนได้รับการบันทึกว่าเป็นงาน Pride ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขณะที่ Madrid Pride (สเปน) และ EuroPride มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1 &ndash; 2 ล้านคน ในแต่ละปี</p>

<p>จากการที่รัฐบาลไทยมีการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมให้มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ถือเป็น &ldquo;หลักฐานเชิงประจักษ์&rdquo; ชิ้นสำคัญที่ยกระดับความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตาคณะกรรมการและสมาชิกของ InterPride (สมาคมผู้จัดงานไพรด์สากล) และภาคประชาชนยังใช้โอกาสนี้เป็นแรงผลักดันเชิงรุก ในการเร่งร่างกฎหมายอื่นๆ เพิ่มเติมให้ทันก่อนปี 2030 เช่น พ.ร.บ. รับรองอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Recognition) เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยพร้อมดูแลคนทุกเพศ ทุกอัตลักษณ์ (รวมถึง Transgender, Non-binary และ Intersex) จากทั่วโลกอย่างแท้จริงและยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย เนื่องจากกลุ่ม LGBTQ+ ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก เพราะประชากรกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง (Disposable Income) มีความถี่ในการเดินทางบ่อย และระยะเวลาพำนักยาวนานกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป ซึ่งตลาดท่องเที่ยวของชาว LGBTQ+ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Impact) สูงกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับประเทศไทยการจัดงาน Pride Month ในแต่ละปีสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ไม่ต่ำกว่า 4,000 &ndash; 10,000 ล้านบาท ในแง่การส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยภาครัฐและเอกชนได้จัดกิจกรรม จัดขบวนพาเหรดและการตกแต่งเมือง การเปลี่ยนย่านท่องเที่ยวสำคัญให้เป็นสีรุ้ง เพื่อสร้างแลนด์มาร์กใหม่สำหรับการถ่ายรูปและเช็กอิน เทศกาลดนตรีและศิลปะ จัดงานคอนเสิร์ต มหกรรมแสดงศิลปินแดร็ก (Drag Show) นิทรรศการศิลปะ และงานวิ่ง (Pride Run) เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพักค้างคืนและใช้จ่ายในพื้นที่ยาวนานขึ้น</p>

<p>นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ต ได้เตรียมจัดงาน &ldquo;Phuket Pride Festival 2026&rdquo; ระหว่างวันที่ 1 &ndash; 7 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างสังคมที่เปิดกว้าง เคารพในความหลากหลาย และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม โดยจังหวัดภูเก็ตได้ให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค และภาพลักษณ์ของจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่เป็นมิตร ปลอดภัย พร้อมเปิดรับผู้คนจากทุกเชื้อชาติ ทุกเพศ และทุกวัฒนธรรม ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติของประเทศ พร้อมทั้งสะท้อนศักยภาพของจังหวัดภูเก็ตที่มีความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมระดับโลก และเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของเทศกาล Pride ระดับสากล สู่การเป็นเจ้าภาพงาน World Pride 2030</p>

<p>การจัดงาน &ldquo;Phuket Pride&rdquo; มีจุดเริ่มต้นมาจากการรวมตัวของชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศในพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต และพัฒนาอย่างต่อเนื่องสู่บทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาวะทางเพศ การป้องกันเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือ HIV รวมถึงการส่งต่อบริการตรวจโลหิตโดยสมัครใจ และการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนภายในชุมชน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด นอกจากนั้น &ldquo;Phuket Pride&rdquo; &nbsp;ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย &ldquo;Pride City Network&rdquo; ในระดับนานาชาติ และในปีนี้ สมาคมอันดามันพาวเวอร์ภูเก็ต ร่วมกับ จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย เทศบาลเมืองป่าตอง ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต หน่วยงานภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม เครือข่าย LGBTQIN+ และ Pride City Network ได้เตรียมจัดงาน &ldquo;Phuket Pride Festival 2026&rdquo; อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด &ldquo;From Visibility To Equality&rdquo; พร้อมยกระดับเทศกาล Pride ของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว และส่งเสริมสังคมที่เคารพความหลากหลายอย่างยั่งยืน ณ พื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต</p>

<p>สำหรับการจัดงาน &ldquo;Phuket Pride Festival 2026&rdquo; ในปีนี้ ได้มุ่งเน้นการเฉลิมฉลองความหลากหลาย ความเท่าเทียม และพื้นที่ปลอดภัยด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งทางด้านกีฬาและด้านวิชาการ พร้อมสอดแทรกความบันเทิงในทุกกิจกรรม อาทิ การแข่งขัน Phuket Pride Beach Volleyball วันที่ 29 &ndash; 31 พฤษภาคม 2569 กิจกรรม Pride Talk Volume III เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องความหลากหลายทางเพศ ครั้งที่ 3 วันที่ 4 มิถุนายน 2569 การประกวด Miss Queen Andaman Power 2026 เวทีการประกวดสาว TG (Transgender:คนข้ามเพศ) ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ต ณ ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต เพื่อเฟ้นหาไข่มุกสีรุ้งแห่งอันดามัน คนที่ 11 ตัวแทนในการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของ Phuket Pride Festival และร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมตลอดทั้งปี ในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 และกิจกรรมไฮไลต์สำคัญ กับขบวนพาเหรดหลากสี &ldquo;Phuket Pride Parade&rdquo; เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล &ldquo;Phuket Pride Festival 2026&rdquo; อย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมสร้างสีสันและบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ สะท้อนศักยภาพของภูเก็ตในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลก และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมสู่ความเท่าเทียมอย่างยั่งยืน</p>

<ul>
	<li itemprop="about">Tags: <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/">ขับเคลื่อน</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84/">ความเสมอภาค</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%8d%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/">จังหวัดนําร่อง</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%a1/">พม.</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/2026052963668ced88b665731ce165084c1895bf103724.jpg' type='image/jpg' length='244243' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย – เวียดนาม สัมพันธ์แน่นแฟ้น ร่วมมือเศรษฐกิจ เดินหน้าสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/507634</link>
<guid isPermaLink="false">81924d78f3a4058c125ec70bdfc18883</guid>
<pubDate>Fri, 29 May 2026 10:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ในโอกาสที่นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 27 &ndash; 28 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมนำประธานาธิบดีเวียดนามร่วมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ที่ทำเนียบรัฐบาล&nbsp;</p>

<p>นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายโต เลิม ได้ร่วมเป็นประธานเปิดงาน Thailand&ndash;Viet Nam Business Forum 2026 ในหัวข้อ &ldquo;Growing Together: Celebrating 50 Years of Thailand&ndash;Viet Nam Relations&rdquo; โดยได้ขอบคุณนายโต เลิม ที่ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีเปิดงาน รวมทั้งสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม และภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจไทย&ndash;เวียดนามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีความพิเศษ เนื่องจากเป็นโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย&ndash;เวียดนาม ที่พัฒนาจาก &ldquo;มิตรภาพ&rdquo; สู่ &ldquo;หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์&rdquo; มีความสำคัญต่ออนาคตของทั้งสองประเทศ โดยไทยและเวียดนามเป็นสองประเทศที่มีความสำคัญ ขณะที่อาเซียนกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงที่สุด พร้อมกล่าวถึงผลการหารือในการประชุม ASEAN Summit ภายใต้แนวคิด &ldquo;Navigating our future, together&rdquo; (ก้าวสู่อนาคตไปด้วยกัน) สะท้อนความสำคัญของการผนึกกำลัง ทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงานและอาหาร การรับมือผลกระทบจากความขัดแย้ง การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และการเตรียมพร้อมรองรับโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ</p>

<p>นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยและเวียดนามถือเป็นสองประเทศเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียน ปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียน มีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังเข้าใกล้เป้าหมายที่ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญคือการมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน สะท้อนความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่คือการเติบโตร่วมกัน พร้อมย้ำว่า &ldquo;เวียดนามเติบโต ไทยก็เติบโต&rdquo; อย่างไรก็ตามในปัจจุบันทั้งไทยและเวียดนามต่างเร่งสร้าง &ldquo;New Engines of Growth&rdquo; หรือเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล AI เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมสีเขียว อาหารแห่งอนาคต พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจสุขภาพ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า หากทั้งสองประเทศสามารถเชื่อมโยงศักยภาพเข้าด้วยกัน ไทยและเวียดนามจะไม่ใช่เพียง &ldquo;ฐานการผลิต&rdquo; ของภูมิภาค แต่จะเป็น &ldquo;หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์&rdquo; ที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคตของอาเซียน</p>

<p>นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการร่วมเป็นสักขีพยานลงนาม &ldquo;แผนปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านไทย&ndash;เวียดนาม&rdquo;ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือระยะต่อไปอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม และให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนของทั้ง 2 ประเทศอย่างแท้จริง ซึ่งหัวใจสำคัญคือแนวคิด &ldquo;Three Connects&rdquo; ได้แก่ การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน กระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสร้างอนาคตร่วมกันอย่างยั่งยืน ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดอนาคตความสัมพันธ์ไทย&ndash;เวียดนาม คือ &ldquo;ภาคเอกชน&rdquo; ที่มีบทบาทในการลงทุน การพัฒนานวัตกรรม และการจ้างงาน พร้อมยืนยันว่า ประเทศไทยเปิดกว้างสำหรับการลงทุน มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มีการปรับปรุงกฎระเบียบ และมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค</p>

<p>นายโต เลิม ยังถือเป็นแขกต่างประเทศคนแรกของรัฐบาล สะท้อนถึงมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ เชื่อมั่นว่าจะนำไปสู่ความร่วมมือ การลงทุน และโอกาสใหม่ ๆ สำหรับทั้งสองประเทศ อีกทั้งไทยและเวียดนามจะสามารถก้าวไปข้างหน้า เติบโตไปด้วยกัน และร่วมสร้างอนาคตที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนร่วมกันต่อไป</p>

<p>ด้านประธานาธิบดีเวียดนาม ยืนยันการสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนระหว่างไทย &ndash; เวียดนามในทุกภาคส่วน อาทิ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีขั้นสูง และเศรษฐกิจแห่งอนาคต เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศ ตามที่ตั้งเป้าไว้ให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โอกาสการเยือนครั้งนี้ ได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจและเอกสารความร่วมมือสำคัญระหว่างไทยและเวียดนาม จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่</p>

<p>1. แผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทย&ndash;เวียดนาม ปี 2569 &ndash; 2574</p>

<p>2. การแลกหนังสือทางการทูตระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนาม เพื่อยืนยันว่าทั้งสองกระทรวงเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการดำเนินงานและการประสานความร่วมมือภายใต้ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม</p>

<p>3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO Center) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) และ เวียตเจ็ท (VIETJET GROUP)</p>

<p>4. บันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และการจัดการปกครองแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</p>

<p>ทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมเปิดตัวตราสัญลักษณ์เฉลิมฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย &ndash; เวียดนามอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะครบรอบในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 &nbsp;ภายใต้แนวคิด &ldquo;Growing Together&rdquo; หรือ &ldquo;เติบโตไปด้วยกัน&rdquo; สะท้อนถึงมิตรภาพอันยาวนาน การเติบโตร่วมกัน และความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของไทยและเวียดนาม ผ่านการออกแบบเลข &ldquo;5&rdquo; ที่สื่อถึงความก้าวหน้าและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเลข &ldquo;0&rdquo; ที่สื่อถึงความมั่นคงและความเป็นเอกภาพ เพื่อนำพาทั้งสองประเทศก้าวสู่อนาคตร่วมกันอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังได้หารือร่วมกันแบบเต็มคณะ โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้</p>

<p>1. ด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือด้านการทหาร การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะ Online Scam และการป้องกันปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และย้ำหลักการไม่อนุญาตให้บุคคลใดใช้ดินแดนของอีกฝ่ายในการเคลื่อนไหวทางการเมือง และจะร่วมกันผลักดันการดำเนินการตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนในกรอบอาเซียนไปปฏิบัติอย่างจริงจัง รวมถึงการธำรงบทบาทแกนกลางของอาเซียนในการรับมือกับความท้าทายของภูมิภาค</p>

<p>2. ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก พร้อมตั้งเป้าหมายผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีโดยเร็ว รวมถึงส่งเสริมการลงทุนระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังร่วมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยน MOU ระหว่างบริษัท Vietjet กับ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานในพื้นที่ EEC</p>

<p>3. ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ยินดีที่ได้มีการแลกหนังสือทางการทูตระหว่างหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ของทั้งสองประเทศ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศ ดาวเทียม เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีการเกษตร และหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ</p>

<p>นายกรัฐมนตรีเสนอให้ไทยและเวียดนาม มีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน เชื่อว่าจะต่อยอดความเติบโตอย่างมั่นคงตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของรัฐบาลและเอกชน เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ</p>

<p>นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายโต เลิม ภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนมิตรภาพที่ใกล้ชิดระหว่างผู้นำไทยและเวียดนาม และความผูกพันทางประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยเคยเป็นสถานที่พำนักของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ปัจจุบันยังมีอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ 3 แห่ง ที่จังหวัดอุดรธานี นครพนม และพิจิตร ที่สำคัญ &ldquo;อาหาร&rdquo; &ldquo;วัฒนธรรม&rdquo; และ &ldquo;การท่องเที่ยว&rdquo; ยังเป็นสะพานสำคัญที่เชื่อมโยงประชาชนของทั้งสองประเทศเข้าหากัน อาหารเวียดนามได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ขณะที่ละครและซีรีส์ไทยได้รับความนิยมในเวียดนาม และช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเวียดนามเดินทางมาเยือนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>

<p>ด้านประธานาธิบดีเวียดนาม ยินดีกับไทยที่มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทยและความมุ่งมั่นของประชาชนชาวไทย พร้อมขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีโฮจิมินห์ รวมถึงการดูแลวัดและชุมชนชาวเวียดนามในไทยเป็นอย่างดี โดยเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้สักการะอนุสรณ์สถานโฮจิมินห์ ที่แหล่งศึกษาและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ (โฮจิมินห์) บ้านหนองฮาง ตำบลเชียงพิณ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการ และการจำลองอาคารบ้านพัก ข้าวของเครื่องใช้ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ในอดีต ที่เคยเข้ามาพำนักในจังหวัดอุดรธานี เมื่อปี พ.ศ. 2471 ทั้งสองประเทศต่างตระหนักถึงความสำคัญของการกระชับความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคี อาเซียน และเวทีโลก โดยไทยและเวียดนามมีความใกล้ชิดทั้งด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน ซึ่งเวียดนามพร้อมเดินเคียงข้างไทยต่อไปในอนาคต บนพื้นฐานของมิตรภาพ ความไว้วางใจ และวิสัยทัศน์ร่วมของผู้นำทั้งสองประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง และอนาคตที่สดใสให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศและภูมิภาค</p>

<ul>
	<li itemprop="about">Tags: <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/">ความสัมพันธ์</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c/">หุ้นส่วนยุทธศาสตร์</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/">เศรษฐกิจ</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a1/">ไทย-เวียดนาม</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260529d628f419fa3a1d8c98f6a1063a0e324c103349.jpg' type='image/jpg' length='183922' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สวัสดีไทยแลนด์” รายการภาคภาษาอังกฤษ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ คว้ารางวัลที่ 3 เวที AIBD International Award 2026 ในการประชุมสุดยอดสื่อแห่งเอเชียครั้งที่ 21 ณ สาธารณรัฐมัลดีฟส์]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/507409</link>
<guid isPermaLink="false">f9c8004ddc9aceba26e4f17320be17d8</guid>
<pubDate>Thu, 28 May 2026 14:56:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมคณะ เข้าร่วมงานประกาศผลรางวัล AIBD International Award 2026 ในการประชุมสุดยอดสื่อแห่งเอเชีย ครั้งที่ 21 ณ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ โดยอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสถาบันพัฒนากิจการวิทยุ - โทรทัศน์แห่งเอเชีย - แปซิฟิก (President of the AIBD General Conference) ได้ร่วมมอบรางวัลแก่ผู้ชนะรางวัลประเภทรายการโทรทัศน์ ขณะที่ รายการสวัสดีไทยแลนด์ (Sawasdee Thailand) รายการภาคภาษาอังกฤษ ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ กรมประชาสัมพันธ์ ได้รับรางวัลอันดับ 3 ในประเภทรายการวิทยุยอดเยี่ยม โดยมีนายศุภพงษ์ เชาวน์แล่น รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นผู้แทนขึ้นรับรางวัล ในการประกวด AIBD International Award 2026 ถือเป็นรางวัลสำคัญในการเชิดชูผลงานสื่อในกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิก ที่ได้ร่วมสร้างสรรค์และส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพสื่อในระดับนานาชาติ ซึ่งรางวัลชนะเลิศประเภทรายการโทรทัศน์ยอดเยี่ยม คือ Peaceful Vietnamese New Year in Every Home: A Sweet Command from the Hearts of Soldiers จากสถานีวิทยุ VOV สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประเภทรายการวิทยุยอดเยี่ยม ได้แก่ Life on the Burning Earth - The Vanishing Season จาก KBS สาธารณรัฐเกาหลี และรางวัลสื่อที่เป็นเลิศ คือ องค์กรสื่อสาธารณะมัลดีฟส์<br />
<br />
สำหรับรายการวิทยุภาษาอังกฤษ &ldquo;Sawasdee Thailand&rdquo; เป็นรายการที่นำเสนอเสน่ห์และอัตลักษณ์แห่ง &ldquo;ดินแดนแห่งรอยยิ้ม&rdquo; ประเทศไทย ผ่านการนำเสนอความงดงามอันหลากหลายของการท่องเที่ยวไทย ทั้งด้านมรดกทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตสมัยใหม่ในมุมมองที่น่าสนใจ พร้อมอัปเดตปฏิทินกิจกรรมรายสัปดาห์และรายเดือน เพื่อให้ทั้งผู้ฟังทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญของประเทศไทย สามารถติดตามได้ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ คลื่นความถี่ FM 88 เมกะเฮิร์ต หรือออนไลน์ OTT NBT Plus</p>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/2026052854f46255bdaebd0dc243063abe577d42145737.jpg' type='image/jpg' length='536196' />
</item>
</channel>
</rss>
