<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวสารประชาสัมพันธ์ทั่วไป]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://secretary.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[“พาณิชย์” ขับเคลื่อน Smart Skill พัฒนาการตลาดให้ผู้ประกอบการชุมชน จัดมหกรรมการค้าชายแดนฯ ช่วยผู้ประกอบการชายแดน-ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/474904</link>
<guid isPermaLink="false">1314ab86f5a7e5297a8e0cc70b7210c3</guid>
<pubDate>Tue, 10 Feb 2026 10:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ &ldquo;การขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนด้วย Smart Skill ปี 2569&rdquo; มุ่งเสริมสร้างมุมมองการดำเนินธุรกิจที่ดี และพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการชุมชน เพื่อยกระดับความเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสทางการค้า ขยายตลาดสู่ช่องทางใหม่อย่างมีศักยภาพ โดยโครงการดังกล่าวประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ครอบคลุมการพัฒนาเชิงลึกตั้งแต่การให้คำปรึกษา การบ่มเพาะทักษะ ไปจนถึงการสร้างการรับรู้และขยายตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งทั้ง 3 กิจกรรมประกอบด้วย<br />
1. SMART Local Clinic คลินิกธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจลงพื้นที่จัดคลินิกธุรกิจให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจในท้องถิ่น ช่วยให้ผู้ประกอบการชุมชนได้รับคำแนะนำที่ตรงจุด และเปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาสทางธุรกิจ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการชุมชนขยายตลาดไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ รวมถึงช่องทางการตลาดที่หลากหลายมากขึ้น กำหนดจัด 4 ครั้ง ใน 4 ภูมิภาค รวมกว่า 120 ราย ได้แก่ ภาคกลาง จังหวัดราชบุรีระหว่างวันที่ 12 &ndash; 13 กุมภาพันธ์ 2569 ภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลกระหว่างวันที่ 17&ndash;18 กุมภาพันธ์ 2569 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดสกลนครระหว่างวันที่ 26 &ndash; 27 กุมภาพันธ์ 2569 และภาคใต้ที่จังหวัดตรัง ระหว่างวันที่ 3 &ndash; 4 มีนาคม 2569<br />
2. SMART Local Camp ค่ายบ่มเพาะธุรกิจเชิงลึกมุ่งพัฒนาทักษะการค้าใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การสร้างแบรนด์ การสร้างเรื่องเล่าผลิตภัณฑ์ การจัดแสดงสินค้า การนำเสนอและเจรจาการค้า และการวางโครงสร้างธุรกิจเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการสู่การเป็น &ldquo;ผู้ประกอบการชุมชนมีดี (SMART Local ME-D)&rdquo; รุ่นที่ 3 จำนวน 40 ราย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28&ndash;30 เมษายน 2569 ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ดำเนินกิจกรรม SMART Local Camp มาแล้วตั้งแต่ปี 2567 มีผู้ประกอบการชุมชนที่ผ่านการพัฒนาแล้วกว่า 80 ราย โดยผู้ประกอบการสามารถนำองค์ความรู้และทักษะ ซึ่งเป็น Soft Skill ที่ได้รับไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในการประกอบธุรกิจ ช่วยสร้างยอดขายและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายอย่างมีประสิทธิภาพ<br />
3. SMART Local Communicate สร้างการรับรู้ให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ผ่านเส้นทางตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนมีดี ภายใต้แนวคิดเส้นทาง &ldquo;SUNS Day Trip&rdquo; เส้นทางแห่งแสงที่สะท้อนพลังของผู้ประกอบการชุมชนจากทั้ง 4 ภูมิภาค ใน 4 จังหวัด ได้แก่ 1) สุโขทัย แสงอรุณแห่งสุโขทัย สะท้อนรากเหง้าอันมั่นคง ของมรดกสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น จุดเริ่มต้นของชีวิตและการตื่นรู้ 2) อุบลราชธานี แสงสว่างแห่งอุบลราชธานี ความศรัทธาและภูมิปัญญาที่หล่อเลี้ยงชีวิตชุมชน สืบสานความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาท้องถิ่น 3) น่าน แสงธรรมชาติแห่งน่าน ความอบอุ่นจากธรรมชาติที่เติมเต็มวิถีชีวิต เรียนรู้ความสงบและสมดุลที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน และ 4) สตูล แสงอาทิตย์ยามเย็นแห่งสตูล แสงสุดท้ายที่เลื่อนลับกลับลงสู่ท้องทะเล ช่วงเวลาของการกลับคืนสู่ธรรมชาติ ที่สื่อถึงความงดงาม ความสงบ และความยั่งยืน ซึ่งเส้นทาง SUNS Day Trip จะถ่ายทอดอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น เชื่อมโยงการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เชื่อมั่นว่า&nbsp;โครงการขับเคลื่อนธุรกิจชุมชนด้วย Smart Skill จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการชุมชนไทย ให้สามารถพัฒนา ต่อยอด และขยายธุรกิจได้อย่างมั่นคง พร้อมก้าวสู่ตลาดที่หลากหลาย สร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศในระยะยาว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 0 2547 5950 สายด่วน 1570 และ www.dbd.go.th<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ส่งเสริมการค้าชายแดน&nbsp;โดยนายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะหน่วยงานหลักของกระทรวงพาณิชย์ที่มีภารกิจในการส่งเสริมการค้าชายแดน ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการค้าชายแดนไปยังระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค จึงได้จัดงาน &ldquo;มหกรรมการค้าระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NeEC Expo 2026) ระหว่างวันที่ 29 มกราคม &ndash; 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) จังหวัดขอนแก่น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งและการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน และสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไทยกับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค นอกจากนี้ ยังเป็นการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญเร่งด่วน (Quick Big Win) ของกระทรวงพาณิชย์ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความ<br />
ไม่สงบตามแนวชายแดนไทย &ndash; กัมพูชา และฟื้นฟูธุรกิจของผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย การจัดงานฯ ครั้งนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในทุกกิจกรรมซึ่งประกอบด้วย 4 กิจกรรม ดังนี้<br />
1. การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ากว่า 120 คูหา จากทั้งผู้ประกอบการไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อาทิ สินค้า BCG อาหารและเครื่องดื่มแปรรูป ผ้าและเครื่องแต่งกาย ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและเครื่องสำอาง อัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งมีมูลค่าการจำหน่ายสินค้าตลอด 4 วันของการจัดงานฯ รวมกว่า 2 ล้านบาท<br />
2. การจับคู่เจรจาธุรกิจกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค (Onsite and Online Business Matching) จำนวนกว่า 50 คู่เจรจา คาดการณ์คำสั่งซื้อภายใน 1 ปี กว่า 31 ล้านบาท<br />
3. การสัมมนา หัวข้อ &ldquo;เทคนิคการสร้างแบรนด์สินค้าท้องถิ่นให้ก้าวไกลไปตลาดโลก&rdquo; และการเสวนาหัวข้อ &ldquo;เทรนด์ตลาดจีน 2026 และข้อควรรู้&rdquo; เพื่อพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการในการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน<br />
4. การประชุมเพื่อส่งเสริมและแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้า โดยมี นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธาน ซึ่งได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชนในพื้นที่ ทั้งในประเด็นมาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกาและการปรับตัวของภาคเอกชน การส่งออกข้าวและตลาดข้าวที่สำคัญของไทย การส่งออกเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากแมลงไปตลาดจีน รวมถึงการส่งออกมะม่วงไปยังเกาหลีใต้และประเทศอื่น ๆ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้&nbsp;ภายในงานยังมีการออกบูธให้คำปรึกษาด้านการเงินและสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมทั้งกิจกรรมประกวดสินค้าขวัญใจมหาชนของผู้ประกอบการที่ร่วมแสดงสินค้า ทั้งประเภท Food และ Non-Food โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นการดำเนินการภายใต้โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางการค้าให้ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการรายย่อยในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ในพื้นที่ตามแนวชายแดนหรือระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2569&nbsp;มีกำหนดจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนและระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จของโครงการ อีก 5 ครั้ง ณ จังหวัดเชียงราย (12 &ndash; 16 ก.พ.69) นครศรีธรรมราช พิษณุโลก จันทบุรี และสระแก้ว โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานฯ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dft.go.th หรือ Facebook: กรมการค้าต่างประเทศ DFT และสายด่วน 1385 DFT Call Center</p>

<ul>
	<li itemprop="about"><a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/smart-skill/">Smart Skill</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/">กรมพัฒนาธุรกิจการค้า</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99/">การค้าชายแดน</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/">ขับเคลื่อน</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260210c3d96b31c648e75e1786a57a1daf92f4102543.jpg' type='image/jpg' length='205778' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“อนุทิน – เอกนิติ” พร้อมเดินหน้าโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” เฟสใหม่ เมื่อการจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อย]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/474902</link>
<guid isPermaLink="false">c4ce3ec8cb85aa9180fae6389372c70b</guid>
<pubDate>Tue, 10 Feb 2026 10:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ&nbsp;แก้ปัญหนี้สิน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก จากโครงการ &ldquo;คนละครึ่ง พลัส&rdquo; ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุว่า เป็นโครงการที่ประสบผลสำเร็จสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ผลจริง&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง&nbsp;เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ภายหลังการเลือกตั้งว่า ขอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยก่อน จากนั้นยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการ &ldquo;คนละครึ่ง พลัส&rdquo; เฟสใหม่ อย่างแน่นอน เพราะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ซึ่งระหว่างนี้ยังมีเวลาที่จะออกแบบรายละเอียดของโครงการ ที่คาดว่าจะเน้นความต่อเนื่องในการเพิ่มทักษะร้านค้าและประชาชน โดยจะต้องเตรียมความพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์หรือวงเงินใช้จ่าย ซึ่งมีต้นแบบ มีวิธีคิดวิธีทำแล้ว เมื่อมีรัฐบาลเรียบร้อยจะสามารถขับเคลื่อนโครงการได้อย่างรวดเร็ว หวังว่าโครงการจะช่วยกระตุ้นสั้น แต่ได้ผลยาว และกระจายตัวเช่นเดิม ในส่วนงบประมาณ เบื้องต้นต้องรอความชัดเจนก่อน ว่าจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้เร็วแค่ไหน หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว ก็คาดว่าจะสามารถใช้งบกลางของงบประมาณปี 2569 ได้ แต่ถ้าช้าอาจจะต้องใช้งบกลางของงบประมาณปี 2570 หรืออาจจะทำ 2 รอบ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองด้วย ทั้งนี้ งบประมาณปี 2570 ที่ล่าช้านั้น&nbsp;ส่วนตัวประเมินว่า น่าจะล่าช้าไม่เกิน 2-3 เดือน หรือใช้ได้ประมาณเดือนพฤศจิกายน &ndash; ธันวาคม 2569 อย่างไรก็ดี อยากให้เร็วกว่านั้น เพราะหากล่าช้า จนทำให้เกิดการหยุดชะงัก กังวลว่าอาจจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีได้ ดังนั้นหากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วที่สุด มีงบประมาณใช้ดีที่สุด ก็จะเป็นประโยชน์ในการสร้างความต่อเนื่องในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับความสำเร็จของโครงการ &ldquo;คนละครึ่ง พลัส&rdquo;&nbsp;เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 นายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะผู้ช่วยโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการใช้จ่ายในโครงการ &ldquo;คนละครึ่ง พลัส&rdquo; ที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23.00 น. โดยมีผู้ใช้สิทธิ 19.76 ล้านราย ใช้ครบเต็มจำนวน 9,211,118 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายผ่านโครงการฯ รวม 84,185.73 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น<br />
ส่วนที่ 1 เงินที่ประชาชนใช้จ่าย 42,810.64 ล้านบาท ประกอบด้วย การใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไปจำนวน 41,251.73 ล้านบาท และใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) จำนวน 1,558.91 ล้านบาท<br />
ส่วนที่ 2 เงินที่รัฐร่วมจ่าย 41,375.09 ล้านบาท ประกอบด้วยการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไปจำนวน 39,899.53 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายผ่าน Food Delivery Platform จำนวน 1,475.56 ล้านบาท และสำหรับจำนวนร้านค้าในโครงการฯ จากข้อมูลสะสม ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23.00 น. มีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลจำนวน 999,350 ราย ในจำนวนนี้เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มที่รับชำระผ่าน Food Delivery Platform จำนวน 89,799 ราย ผลการดำเนินโครงการฯ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของประชาชนและผู้ประกอบการที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการบริโภคในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งการดำเนินโครงการฯ ทำให้มีเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจจำนวนประมาณ 84,185.73 ล้านบาท ช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.2% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีโครงการฯ นอกจากนี้ เมื่อผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น ร้านค้าขนาดเล็กมีรายได้หมุนเวียน ได้ก่อให้เกิดการผลิต การค้าขาย การจ้างงาน และการคมนาคมขนส่ง ตามมาเป็นวงกว้าง และสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องถึงต้นปี 2569</p>

<ul>
	<li itemprop="about"><a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/">กระตุ้นเศรษฐกิจ</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/">กระทรวงการคลัง</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%aa/">คนละครึ่ง พลัส</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260210c6862cbd603b49a5db98f650c9d93106102121.jpg' type='image/jpg' length='196451' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กกต. ย้ำ ผู้มีสิทธิที่ไม่ได้ไปเลือกตั้ง สส. – ออกเสียงประชามติ แจ้งเหตุ 9 – 15 ก.พ. 69]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/474577</link>
<guid isPermaLink="false">d9bd53058541d6a92e8d27f35f6a6297</guid>
<pubDate>Mon, 09 Feb 2026 10:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;(กกต.) ชี้แจงขั้นตอนแจ้งเหตุสำหรับประชาชนที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิได้ ตามขั้นตอน ดังนี้<br />
กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.&nbsp;สามารถแจ้งเหตุได้ตั้งแต่วันที่ 9 &ndash; 15 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือ แอปพลิเคชัน &ldquo;ทางรัฐ&rdquo; หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า &ldquo;แจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส.&rdquo; (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์) ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิไม่ได้ไปเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ต้องแจ้งเหตุในระบบ 2 ครั้ง ได้แก่ 1. การแจ้งเหตุไม่สามารถไปเลือกตั้ง สส. 2. การแจ้งเหตุไม่สามารถไปออกเสียงประชามติ นอกจากนี้ยังสามารถยื่นด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอ/นายทะเบียนท้องถิ่น&nbsp;ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน ซึ่งจะต้องยื่นแบบ ส.ส. 1/8 หรือทำเป็นหนังสือ ซึ่งต้องระบุ หมายเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และเหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.<br />
ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว แต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควร จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้<br />
1. ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร<br />
2. สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา<br />
3. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่<br />
4. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา<br />
5. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง</p>

<p>กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ&nbsp;สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงได้ ตั้งแต่วันที่ 9 &ndash; 15 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง https://boraservices.bora.dopa.go.th/election/abscausess/ หรือ แอปพลิเคชัน &ldquo;ทางรัฐ&rdquo; หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า &ldquo;แจ้งเหตุการออกเสียงประชามติ&rdquo; (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์) นอกจากนี้สามารถยื่นด้วยตนเอง หรือทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน หรือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน โดยจะต้องยื่นแบบ อ.ส. 2/2 หรือทำเป็นหนังสือ โดยระบุ หมายเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และเหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง<br />
ผู้มีสิทธิออกเสียงที่ไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้<br />
1. สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา<br />
2. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่<br />
3. เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 9 (5) (บัญญัติว่า การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด)<br />
4. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา<br />
5. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น<br />
การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปีนับแต่วันออกเสียงครั้งที่ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิ</p>

<p>สำหรับขั้นตอนหลังวันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ผลคะแนนจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย ก่อนประกาศผลอย่างเป็นทางการ ดังนี้<br />
- การประกาศผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง&nbsp;เมื่อการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด โดย กกต. จะตรวจสอบและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง<br />
-&nbsp;การประกาศผลการเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ&nbsp;เมื่อ กกต. ได้รับรายงานผลรวมคะแนนแบบบัญชีรายชื่อจากผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด กกต. จะคำนวณสัดส่วนเพื่อหาผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ ตามวิธีการคำนวณที่กฎหมายกำหนด ผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองได้รับเลือกตั้งเรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน จากนั้น กกต. จะตรวจสอบและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง<br />
-&nbsp;การคัดค้านการเลือกตั้ง สส.&nbsp;กรณีทั่วไป ยื่นคัดค้านได้ ตั้งแต่วันที่ กกต. ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งจนถึง 30 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง กรณีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ยื่นได้ตั้งแต่วันเลือกตั้งจนถึง 180 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง กรณีการนับคะแนน ให้คัดค้านในระหว่างเวลาที่ยังนับคะแนนไม่แล้วเสร็จ กรณีการรวมคะแนน ให้คัดค้านก่อนประกาศผลการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง</p>

<p>การประกาศผลการออกเสียงประชามติ&nbsp;เมื่อการออกเสียงเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมประกาศผลไม่เกิน 30 วันนับแต่วันออกเสียง&nbsp; การคัดค้านการออกเสียงประชามติ&nbsp;ยื่นคัดค้านได้ภายใน 48 ชั่วโมงนับแต่การลงคะแนนออกเสียงประชามติสิ้นสุดลง</p>

<ul>
	<li itemprop="about"><a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%95/">กกต.</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4/">ผู้มีสิทธิ</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b4/">ออกเสียงประชามติ</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%aa/">เลือกตั้ง สส.</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260209c690d8751896ed5b8fd75dbc5210d2de104415.jpg' type='image/jpg' length='162758' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ สั่งเดินหน้าปราบสแกมเมอร์ “ดีอี” เตือน มิจฉาชีพใช้ “AI Deepfake” หลอกโอนเงิน ย้ำ ไม่กดลิงก์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน ระงับบัญชีม้าแล้ว 1.18 ล้านบัญชี]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/474567</link>
<guid isPermaLink="false">c44ab17788c22d50be5cf2c3c442f499</guid>
<pubDate>Mon, 09 Feb 2026 10:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>จากการเน้นย้ำนโยบายปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&nbsp;ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุว่า ต้องเร่งทำให้ความเดือดร้อนจากภัยสแกมเมอร์สูญสิ้นไปจากประเทศไทยให้ได้เพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนทั้งเรื่องเงินและความเชื่อมั่นประชาชน ระบบเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของประเทศ เป็นตัวชี้วัดผลงานรัฐบาล จึงเป็นที่มาของการประกาศให้ การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการสแกมเมอร์ เป็น &ldquo;วาระแห่งชาติ&rdquo; โดยได้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ 15 หน่วยงานหลักทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการเงิน เพื่ออุดช่องโหว่และตัดเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิดเปลี่ยนจาก &ldquo;การตั้งรับเป็นการรุกไล่&rdquo; และผลงานเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สะท้อนความก้าวหน้าอย่างชัดเจนว่า ที่ผ่านมาได้อายัดทรัพย์เป็นจำนวนเงินหลายหมื่นล้านบาท เพิกถอนวีซ่า และผลักดันชาวต่างชาติออกนอกประเทศ กระทรวงมหาดไทยได้เพิกถอนสัญชาติ และกำจัดบัญชีม้าเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้สิ่งสำคัญคือการให้ความรู้ความเข้าใจสังคมเกี่ยวกับกลเม็ดการล่อลวงต่างๆ ของสแกมเมอร์ เพราะมักใช้ความไม่รู้ ความไม่เข้าใจของประชาชนเป็นอาวุธ และสิ่งที่ดีที่สุด คือ ทำให้ประชาชนรู้เท่าทัน จึงขอให้ยึดหลักเพียง 3 ข้อ &ldquo;ไม่เชื่อ ไม่รีบ และไม่โอน&rdquo;&nbsp;ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนมีสติพิจารณารอบคอบและป้องกันการถูกล่อลวงได้<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;(ดีอี) ให้ข้อมูลว่า ในปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิดไม่ว่าจะเป็น ภาพ วิดีโอ หรือเสียง ที่เห็นและได้ยินผ่านโลกออนไลน์เทคโนโลยีเหล่านี้มีประโยชน์มากแต่ในอีกด้านหนึ่ง กลับถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพเช่นกัน ขณะนี้ เทคโนโลยี &ldquo;AI Deepfake&rdquo; สามารถเลียนแบบ เสียง และ ภาพ ของคนใกล้ตัว หรือคนคุ้นเคยจนแทบแยกไม่ออกว่าสิ่งที่ได้ยินหรือเห็นนั้น เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องปลอม กระทรวงดีอี โดยศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ AOC 1441 ขอเตือนให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง และสร้างเกราะป้องกันให้กับตนเอง ซึ่งปัจจุบันมิจฉาชีพปรับกลโกงให้แนบเนียนยิ่งขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เลียนแบบเสียงของคนที่คุณรู้จักอาจเป็น พ่อ แม่ ลูก หลาน คนรัก หรือแม้แต่ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ มิจฉาชีพจะนำเสียงตัวอย่างของบุคคลเหล่านั้น ไปให้ AI เรียนรู้และลอกเลียนจนได้เสียงที่ใกล้เคียงกับต้นฉบับมาก หรือเรียกว่า Voice Clone ซึ่งสามารถทำให้เสียงใกล้เคียงกับเจ้าของเสียงจริงมากจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นของจริงหรือของปลอม จากนั้นมิจฉาชีพจะเริ่มจากการโทรเข้ามาแล้วแอบอ้างว่าเป็นคนที่เรารู้จักเสียงที่ได้ยิน อาจเป็นเสียงของญาติสนิท คนรัก เพื่อนใกล้ตัว ผู้ใหญ่ที่เคารพ หรือแม้แต่คนดัง มิจฉาชีพจะสร้างสถานการณ์เร่งด่วน เช่น เกิดเหตุฉุกเฉิน ต้องใช้เงินทันทีเพื่อทำให้เหยื่อตกใจ สับสน และรีบตัดสินใจเมื่อความรัก ความห่วงใย และความกังวลเข้ามาแทนที่การไตร่ตรอง เหยื่อจำนวนมากจึงตัดสินใจ โอนเงินทันที โดยไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัดและเมื่อรู้ตัวอีกครั้งก็โอนเงินไปให้มิจฉาชีพแล้ว ความไว้ใจอาจกลายเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพ&nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ AOC 1441 ได้รับแจ้งคดีหลอกลวงในรูปแบบแอบอ้างเป็นบุคคลใกล้ชิด ในกรณีตัวอย่างนี้ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่อ้างว่าเป็น &ldquo;ลูกสาว&rdquo; ที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย ปลายสายขอให้โอนเงินอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เสียงที่ได้ยิน เหมือนลูกสาวจริงๆ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปกว่า 100,000 บาท ต่อมา เมื่อได้ติดต่อพูดคุยกับลูกสาวตัวจริงและสอบถามถึงกิจกรรมดังกล่าว จึงพบว่า ไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้น ในขณะนั้นเองผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าเสียงที่โทรมาขอเงินก่อนหน้าคือเสียงที่ถูกปลอมขึ้นด้วย AI จากกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกลโกงที่มิจฉาชีพนำเทคโนโลยี AI Deepfake มาใช้หลอกลวง แต่สิ่งที่ช่วยป้องกันได้ดีที่สุดไม่ใช่เทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่คือ สติ และการรู้เท่าทันกลโกง ในยุคนี้อย่าเชื่อเพียงเพราะเห็น อย่าโอนเพียงเพราะได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ตรวจสอบให้แน่ใจทุกครั้ง ก่อนตัดสินใจ และขอย้ำว่าไม่กดลิงก์ ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน เพียงหยุดคิดสักนิดก็ช่วยเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับความคืบหน้ามาตรการปราบปรามสแกมเมอร์&nbsp;นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า AOC 1441 ได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สถาบันการเงิน ระงับธุรกรรมที่ผิดปกติทันที โดยเร่งการอายัดบัญชีธนาคาร ลดขั้นตอนและเวลาในการอายัด เพื่อป้องกันการถ่ายโอนเงินไปยังบัญชีม้าอื่นๆ ตัดเส้นทางการเงิน โดยสามารถระงับบัญชีธนาคารตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 &ndash; 30 มกราคม 2569 จำนวน 1,183,326 บัญชี ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการเร่งรัด ปิดกั้นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นช่องทางการก่ออาชญากรรมออนไลน์ผ่านทางการหลอกลวง และเว็บพนันออนไลน์อย่างรวดเร็ว และเข้มข้น ซึ่งในระยะเวลา 4 เดือนของปีงบประมาณ 2569 (1 ต.ค.68 &ndash; 1 ก.พ. 69) ปิดกั้นเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย รวมเป็นจำนวน 304,631 URLs โดยเป็นเว็บไซต์พนันออนไลน์มากถึง 259,385 URLs<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้านการบูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ&nbsp;(กสทช.) และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อเร่งรัดมาตรการคุมเข้ม ซิม เสา สาย โดยออกมาตรการปราบปรามซิมผี การควบคุมเสา-สายสัญญาณแนวชายแดน ล่าสุดออกมาตรการจำกัดจำนวนการถือครองซิมไม่เกิน 5 หมายเลขต่อคน มาตรการยืนยันตัวตนผ่านระบบ KYC (กระบวนการตรวจสอบและยืนยันตัวตนลูกค้าที่ทำธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าเป็นบุคคลจริง) ก่อนเปิดใช้งานซิม ระงับการลงทะเบียนใช้งานซิมผ่านศูนย์ให้บริการ (ลูกตู้) ที่ไม่มีระบบ KYC และยกเลิกการลงทะเบียนซิมการ์ดและ e-SIM ผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งหมดพร้อมกับการคุมเข้มการใช้งาน SIM Box ในประเทศไทย และการนำเข้าอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องร่วมกับกรมศุลกากร นอกจากนี้ กสทช. ยังได้ระงับการใช้งานเบอร์โทรที่มีการใช้งานผิดปกติ เข้าข่ายซิมผี และอาจใช้ในการสแกมเมอร์ ในเดือนธันวาคม 2568 พบว่ามีจำนวนกว่า 23,057 เลขหมาย และมีการโทรออกรวมประมาณ 2,400,000 ครั้ง ขณะเดียวกันคณะรัฐมนตรียังได้มีมติเห็นชอบให้หน่วยงานรัฐ ยกเลิกการส่งอีเมล &ndash; SMS แนบลิงก์ให้กับประชาชน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการเงิน&nbsp;ยังได้กำหนดมาตรการการเปิด Location ที่ตั้งของผู้ใช้บริการธนาคารเมื่อมีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน Mobile Banking ด้านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ออกมาตรการคุมเข้มการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล เพื่อสกัดกั้น &ldquo;บัญชีม้านิติบุคคล&rdquo; โดยกรรมการ/ผู้ถือหุ้น จะต้องมาแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน และยื่น Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน และแสดงหลักฐานที่ตั้งสำนักงาน ในส่วนของกรรมการ/ผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นบุคคลที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้มีรายได้น้อย) ต้องมาแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน และยื่น Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน ในกรณีมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนไม่ถึงร้อยละ 50 หรือเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ให้ผู้ถือหุ้นคนไทยทุกคนต้องส่ง Bank Statement ย้อนหลัง 3 เดือน และหากมีการใช้สถานที่ตั้งของบริษัทซ้ำ ๆ กัน จะต้องจัดส่งหนังสือยินยอมการใช้สถานที่หรือหลักฐานแสดงสิทธิในการยืนยัน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อกำหนดเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และการกำหนดให้สถาบันการเงิน/เครือข่ายมือถือร่วมรับผิด หากปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำความผิดของสแกมเมอร์ รวมทั้งเร่งรัดการออกหลักเกณฑ์การคืนเงินให้กับผู้เสียหาย โดยมี ปปง. เป็นหน่วยงานหลักในการกำหนดหลักเกณฑ์ขั้นตอนการคืนเงินผู้เสียหายให้เร็วขึ้น จากการดำเนินการเร่งรัดมาตรการการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่มีกระทรวงดีอี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กสทช. ปปง. สถาบันการเงิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรากฏผลทำให้มูลค่าความเสียหายลดลงอย่างต่อเนื่อง สถิติคดีอาชญากรรมออนไลน์ของตำรวจ พบว่า เดือนธันวาคม 2568 มีปริมาณคดีที่เกิดขึ้นจำนวน 31,198 คดี เฉลี่ย 1,006 คดีต่อวัน มีมูลค่าความเสียหายรวม 1,792 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 58 ล้านบาทต่อวัน เมื่อเปรียบเทียบกับสถิติในช่วงเดือนธันวาคม 2567 ที่มีสถิติแจ้งความออนไลน์ จำนวน 33,624 เรื่อง เฉลี่ย 1,085 คดีต่อวัน มูลค่าความเสียหาย 2,209 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 71 ล้านบาทต่อวัน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;หากประชาชนถูกหลอกลวงทางออนไลน์&nbsp;โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี โทรสายด่วน AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) ที่ Line ID: @antifakenewscenter หรือ เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com</p>

<ul>
	<li itemprop="about"><a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/">นายกรัฐมนตรี</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%9a/">ปราบ</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e/">มิจฉาชีพ</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/">สแกมเมอร์</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260209b5c6f761005e8fda42353920d6860eee103626.jpg' type='image/jpg' length='196206' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กกต. เตรียมพร้อมหน่วยเลือกตั้ง สส. – ออกเสียงประชามติ ทั่วประเทศ เชิญชวนผู้มีสิทธิร่วมเป็น1 เสียงพัฒนาประเทศ 8 ก.พ. 69]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/473585</link>
<guid isPermaLink="false">25360ef5fd41e1918a9329d65c699e49</guid>
<pubDate>Fri, 06 Feb 2026 11:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&nbsp;(กกต.) เน้นย้ำว่าเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และป้องกันปัญหาข้อร้องเรียนที่อาจเกิดขึ้น จึงได้ดำเนินการ ดังนี้<br />
1. ได้เน้นย้ำและกำชับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง และอนุกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ให้ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสาร และข้อมูลผู้สมัครรับเลือกตั้งบริเวณป้ายปิดประกาศหน้าที่เลือกตั้ง หากพบว่ามีการชำรุดเสียหาย ให้รีบดำเนินการแก้ไขให้สมบูรณ์ทันที พร้อมทั้งประสานผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ร่วมติดตามตรวจสอบความครบถ้วนของป้ายปิดประกาศดังกล่าวด้วย<br />
2. ได้เน้นย้ำและกำชับเกี่ยวกับการดำเนินการของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง ดังนี้<br />
&nbsp; &nbsp;2.1 ก่อนเปิดการออกเสียงลงคะแนน ให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลรายชื่อ หมายเลขผู้สมัคร และพรรคการเมืองบนป้ายปิดประกาศหน้าที่เลือกตั้ง และต้องตรวจสอบมิให้มีการติดแผ่นป้ายที่มีรหัส QR Codeหรือสัญลักษณ์อื่นใดที่อาจชี้นำหรือเข้าข่ายการหาเสียงบริเวณป้ายปิดประกาศหน้าที่เลือกตั้งโดยเด็ดขาด<br />
&nbsp; &nbsp;2.2 หากเขตเลือกตั้งใดมีผู้สมัครที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร&nbsp;ให้ดำเนินการปิดประกาศถอนชื่อผู้สมัคร (ส.ส. 4/17) ทับหรือแทนที่ประกาศรายชื่อเดิม (ส.ส. 4/14) ของผู้สมัครรายนั้น พร้อมทั้งขีดชื่อออกจากแบบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) และแบบรายงานผลการนับคะแนน (ส.ส. 5/16, ส.ส. 5/17 และ ส.ส. 5/18) และให้ถือว่าบัตรเลือกตั้งที่ทำเครื่องหมายกากบาท X ในช่องหมายเลขประจำตัวของผู้สมัครรายดังกล่าว เป็นบัตรเสีย<br />
&nbsp; &nbsp;2.3 กรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้ว หรือผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไว้แต่มิได้ไปใช้สิทธิ หากบุคคลดังกล่าวมาแสดงตนขอใช้สิทธิ ให้ผู้มีสิทธินั้นสามารถใช้สิทธิออกเสียงประชามติได้เพียงอย่างเดียว<br />
&nbsp; &nbsp;2.4 กรณีการนับคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งอาจมีการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคะแนนออกเสียงประชามติพร้อมกัน ให้บริหารจัดการพื้นที่และใช้ความระมัดระวังในการขานคะแนน เพื่อมิให้เสียงรบกวนหรือสร้างความสับสนซึ่งกันและกัน อันอาจนำไปสู่ความผิดพลาดในการขีดคะแนนได้</p>

<p>ทั้งนี้หลังปิดหีบเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการทันที โดยมีขั้นตอน ดังนี้<br />
&ndash; ปิดการออกเสียงเวลา 17.00 น. และนับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้ง เปิดเผยต่อหน้าประชาชนจนเสร็จสิ้นกระบวนการ<br />
&ndash; เมื่อนับคะแนนเสร็จสิ้น กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) บันทึกผลและอัปโหลดเข้าสู่ระบบ ECT Report 69 โดยมี 3 ขั้นตอนย่อย<br />
&nbsp; &nbsp;ขั้นตอนที่ 1: อัปโหลดเอกสารโดยการถ่ายภาพแบบรายงานผลการนับคะแนน<br />
&nbsp; &nbsp;ขั้นตอนที่ 2: กรอกข้อมูลตัวเลข ได้แก่ จำนวนผู้มีสิทธิ จำนวนบัตร คะแนนที่ผู้สมัคร/พรรคการเมืองได้รับหรือคะแนนประชามติ<br />
&nbsp; &nbsp;ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง และกดยืนยันเพื่อส่งข้อมูลไปยังศูนย์รวมคะแนนอำเภอ<br />
&ndash; ข้อมูลที่ส่งมาจากหน่วยเลือกตั้งจะถูกส่งไปยัง ศูนย์รวมคะแนนอำเภอ (อนุ กกต. เขต) เพื่อทำการตรวจสอบความถูกต้อง และยืนยันข้อมูลเข้าระบบ<br />
&ndash; ระบบประมวลผลคะแนน ทั้งแบบแบ่งเขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ พร้อมแสดงคะแนนผ่าน Dashboard<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;การแสดงผลคะแนน จะแสดงผ่าน Dashboard ออนไลน์ เริ่มรายงานประมาณ 18.30 น. โดยระบบจะรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการไม่เกินร้อยละ 95 ของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในแต่ละเขต สำหรับช่องทางติดตามผล สามารถติดตามได้จาก เว็บไซต์:&nbsp;<a href="https://ectscore69.ect.go.th/">https://ectscore69.ect.go.th</a>&nbsp;รวมถึงพันธมิตรสื่อ รายงานผลแบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ผลคะแนนที่รายงานเป็นผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเพื่อให้ประชาชนติดตามแนวโน้มได้อย่างรวดเร็ว ผลคะแนนอย่างเป็นทางการจะประกาศตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดต่อไป<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;กกต. จึงขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ร่วมทำหน้าที่สำคัญของประเทศอย่างพร้อมเพรียงกัน ด้วยการออกไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 &ndash; 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่มีชื่อ เพื่อเป็นหนึ่งเสียงสำคัญในการร่วมพัฒนาประเทศ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ขณะที่การดูแลความปลอดภัยและความเรียบร้อยในการเลือกตั้ง&nbsp;พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมติดตามการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมกำลังพลเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 126,000 นาย ดูแลหน่วยเลือกตั้งเกือบแสนหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ซึ่งศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม &ndash; 12 กุมภาพันธ์ 2569 ดูแลความปลอดภัยในทุกภารกิจจนเสร็จสิ้นการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ให้มีความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในการประชุม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;ห่วงใยเรื่องการละเมิดกฎหมาย และการใช้ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงในหลายพื้นที่ จึงกำชับให้บริหารจัดการการรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย อำนวยการจราจร และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (พิทักษ์เลือกตั้ง/66) และเน้นการปฏิบัติทั้งก่อนและในวันเลือกตั้ง เช่น การซื้อเสียง การจำหน่ายสุรา การขนส่งหีบบัตรเลือกตั้ง เป็นต้น พร้อมกำชับตำรวจทุกหน่วยดูแลพื้นที่ หน่วยเลือกตั้ง และประชาชนให้มีความปลอดภัยสูงสุด และกำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และมีความรู้ความเข้าใจในข้อกฎหมาย ข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง พร้อมกำชับเข้มงวดให้ตำรวจทุกนายต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง</p>

<ul>
	<li itemprop="about"><a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%95/">กกต.</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b4/">ออกเสียงประชามติ</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%99/">เชิญชวน</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%aa/">เลือกตั้ง สส.</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260206a6a0c9da7e000d166cf75be16d45c00f110144.jpg' type='image/jpg' length='234871' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ แถลงผลปฏิบัติการ “สิงห์ตะปบเหยื่อ” ทลายเครือข่ายบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ภาคใต้ ยึดกว่า 20 ล้านมวน ทำรัฐเสียรายได้กว่า 67 ล้านบาท]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/473568</link>
<guid isPermaLink="false">b8076bbf775384c177ccc65c0d7525ff</guid>
<pubDate>Fri, 06 Feb 2026 10:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;นำแถลงผลปฏิบัติการ &ldquo;สิงห์ตะปบเหยื่อ&rdquo; จากการตรวจยึดบุหรี่ล็อตใหญ่กลางเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้มาในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อติดตามและแถลงผลปฏิบัติการ &ldquo;สิงห์ตะปบเหยื่อ&rdquo; ซึ่งเป็นการตรวจค้นจับกุมการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ (มวน) กลางเมืองหาดใหญ่ เป็นหนึ่งในเครือข่ายค้าบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ที่สุดในภาคใต้ และเพื่อมาให้กำลังใจชื่นชมการทำงานของกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง ตลอดจนทุกส่วนราชการในพื้นที่ ทั้งพนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ที่ได้บูรณาการสรรพกำลัง ดำเนินตามนโยบายของรัฐบาล &ldquo;ปราบปรามผู้กระทำผิดและของผิดกฎหมายเหล่านี้&rdquo; ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ให้ความสำคัญและเน้นย้ำมาโดยตลอดตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;บุหรี่เถื่อนที่ยึดได้ในครั้งนี้ มีจำนวนกว่า 2,000 ลัง คิดเป็น 20,000,000 มวน และเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 14 ราย จากการประเมินมูลค่าความเสียหายในเบื้องต้นพบว่า รัฐต้องสูญเสียรายได้ไปมากกว่า 67 ล้านบาท และค่าปรับทางภาษีมากกว่า 1,000 ล้านบาท รวมถึงได้ยึดรถที่ใช้ในการกระทำความผิด จำนวน 11 คัน และที่สำคัญคือของกลางเหล่านี้ถูกบรรจุหีบห่อพร้อมส่งไปยังปลายทางเป็นอย่างดี หากหลุดไปจะทำให้ขบวนการค้าของเถื่อนกระจายไปทั่วประเทศและทำลายสุขภาพของประชาชนได้เป็นอย่างมาก สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่มูลค่าของกลาง&nbsp;แต่คือการสกัดกั้นและทำลายเครือข่ายการค้าของเถื่อนที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ ท้าทายกฎหมาย และมีการกระจายสินค้าอย่างเปิดเผย ผ่านช่องทางขนส่งสาธารณะ สายการบิน รถโดยสาร รถไฟ รวมถึงการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ หากไม่ถูกปราบปรามอย่างจริงจัง บุหรี่เถื่อนเหล่านี้จะถูกกระจายไปทั่วประเทศ ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ทั้งผู้ให้สถานที่เก็บสินค้า เจ้าของอาคาร เจ้าของที่ดินและเครือข่ายทางการเงิน ขอใช้การแถลงข่าวนี้ประกาศไปยังผู้ที่คิดจะทำสิ่งผิดกฎหมายบ้านเมืองทุกคนว่า จงได้หยุดความคิดและการกระทำที่ผิดเหล่านั้นเสียเพราะไม่คุ้มกับสิ่งที่จะได้รับผลทางกฎหมายที่จะดำเนินการให้ถึงที่สุด และขอเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนอย่าเกรงกลัวอิทธิพลมืดของผู้กระทำความผิด ขอให้ทุกคนได้ยึดถือกฎหมายและปฏิบัติให้ถูกต้อง เพราะการจับกุมผู้กระทำผิดทุกครั้ง คือการทำลายเครือข่ายอาชญากรรมให้ลดน้อยลง จึงต้องช่วยกันสร้างความมั่นใจ สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ขจัดภัยอันตรายจากอาชญากรเหล่านี้ให้หมดสิ้นและมุ่งมั่นเป็นข้าราชการที่ดีของแผ่นดินสืบไป</p>

<p>เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาต่อผู้กระทำผิดรวม 4 ข้อหา ประกอบด้วย<br />
1. มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน ตามมาตรา 203 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560<br />
2. ขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560<br />
3. นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บน โรงพักสินค้า ท่าเรือรับอนุญาต หรือเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร ตามมาตรา 242 แห่ง พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560<br />
4. ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิด ตามมาตรา 246 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ สถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง สถานีตำรวจภูธรคลองหอยโข่ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด และจะได้ทำการสอบสวนขยายผลต่อไปว่าผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องให้การสนับสนุนการทำผิดในครั้งนี้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อจับกุมให้หมดทั้งขบวนการ สำหรับปฏิบัติการเชิงรุกปราบปรามขบวนการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดสงขลา&nbsp;เกิดขึ้นหลังจากประชาชนร้องเรียนปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่อย่างหนักจนเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย โดยผลสำรวจพบว่าบุหรี่&nbsp;ที่หมุนเวียนในสงขลากว่า 90.1% เป็นบุหรี่เถื่อน ส่งผลให้ท้องถิ่นต้องสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีไปมากกว่าหลายร้อยล้านบาทต่อปี ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อจำหน่ายทั้งในรูปแบบขายปลีกและขายส่งครอบคลุมพื้นที่สงขลาและจังหวัดข้างเคียง โดยผลจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่ากลุ่มผู้ค้ามีการปรับเปลี่ยนพฤติการณ์เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่อย่างซับซ้อน โดยเปิดหน้าร้านอำพรางเป็นตู้น้ำแต่ซุกซ่อนสินค้าไว้ในโกดังลับ และเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกตู้ทึบเป็นจุดพักสินค้าเคลื่อนที่แทนการเก็บในอาคารเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายตามสถานการณ์ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการขยายฐานลูกค้าไปทั่วประเทศผ่านช่องทางออนไลน์และระบบขนส่งเอกชน โดยกลุ่มขบวนการมักอาศัยช่วงเวลากลางคืนในการลักลอบขนถ่ายสินค้า และวางขายอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายในช่วงกลางวัน จนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการเข้าจับกุมในครั้งนี้</p>

<ul>
	<li itemprop="about"><a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/">นายกรัฐมนตรี</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99/">บุหรี่เถื่อน</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/">ผลปฏิบัติการ</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2/">เครือข่าย</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260206dac6d8bbfe733d7dcd814039ed235314102650.jpg' type='image/jpg' length='219015' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กกต. ย้ำ 13 ข้อห้ามการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ 8 ก.พ. 69 แนะใช้ 4 แอปพลิเคชันรัฐ อำนวยความสะดวกเลือกตั้ง]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/473319</link>
<guid isPermaLink="false">3c455c409cf2b581d9eb97e6f1c89e46</guid>
<pubDate>Thu, 05 Feb 2026 15:11:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)&nbsp;เป็นการทั่วไปและการออกเสียงประชามติ ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชาสัมพันธ์เน้นย้ำถึงข้อห้ามทางกฎหมายเลือกตั้งทั้ง 13 ข้อ เพื่อรักษาความสุจริตและความเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การทุจริต ดังนี้<br />
1.&nbsp;การสวมสิทธิ&nbsp;ห้ามผู้ที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งทำการลงคะแนนแทนบุคคลอื่น<br />
2.&nbsp;การทำลายบัตรเลือกตั้ง&nbsp;ห้ามกระทำการโดยจงใจที่ทำให้บัตรเลือกตั้งเกิดการชำรุด เสียหาย หรือกลายเป็นบัตรเสีย<br />
3. การมีส่วนร่วมของผู้ไม่มีสัญชาติไทย&nbsp;ห้ามผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการหาเสียงเลือกตั้ง<br />
4.&nbsp;การพนันผลการเลือกตั้ง&nbsp;ห้ามเล่นหรือชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนันที่เกี่ยวข้องกับผลของการเลือกตั้ง<br />
5.&nbsp;การหาเสียงในเวลาที่กำหนด&nbsp;ห้ามดำเนินการหาเสียงเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวัน ไปจนกระทั่งสิ้นสุดวันเลือกตั้ง<br />
6. การบันทึกภาพบัตรที่ลงคะแนนแล้ว&nbsp;ห้ามถ่ายภาพหรือบันทึกภาพบัตรเลือกตั้งที่ได้ทำการลงคะแนนไปแล้ว<br />
7. การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ&nbsp;ห้ามเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จซึ่งส่งผลกระทบต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง<br />
8. การนำบัตรออกจากหน่วยเลือกตั้ง&nbsp;ห้ามนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากบริเวณที่เลือกตั้ง<br />
9.&nbsp;การขัดขวางการใช้สิทธิ์&nbsp;ห้ามกระทำการขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยว เพื่อไม่ให้ผู้อื่นสามารถเดินทางไปใช้สิทธิ์<br />
10. การเผยแพร่ผลสำรวจ&nbsp;ห้ามเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนน ในช่วงระยะเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน<br />
11. การจัดยานพาหนะ&nbsp;ห้ามจัดยานพาหนะเพื่อรับ-ส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังที่เลือกตั้ง โดยไม่เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าจ้างตามปกติ เพื่อจูงใจให้ไปลงคะแนน<br />
12. การใช้บัตรปลอม&nbsp;ห้ามใช้บัตรอื่นใดที่ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งซึ่งออกให้เพื่อการออกเสียงลงคะแนน<br />
13. การแสดงบัตรที่ลงคะแนนแล้ว&nbsp;ห้ามนำบัตรเลือกตั้งที่ได้ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น</p>

<p>กกต. ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ใช้แอปพลิเคชัน &ldquo;ทางรัฐ&rdquo; เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลและบริการที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติซึ่งช่วยอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน และเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบข้อมูล โดยสามารถใช้งานได้ ดังนี้<br />
1. ใช้เป็นหลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแสดงตนในการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ<br />
2. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ และสถานที่ ที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง / ออกเสียงประชามติ<br />
3. แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติได้ ผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ทางรัฐ&rdquo; ดังนี้&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; แจ้งเหตุ สส. ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 &ndash; 7 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 9 &ndash; 15 กุมภาพันธ์ 2569<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; แจ้งเหตุ การออกเสียงประชามติ ตั้งแต่บัดนี้ &ndash; 7 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 9 &ndash; 15 กุมภาพันธ์ 2569</p>

<p>แอปพลิเคชัน&nbsp;&ldquo;Smart Vote&rdquo;&nbsp;ที่รวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติไว้ในที่เดียว เตรียมความพร้อมก่อนวันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ประกอบด้วย<br />
&nbsp; &nbsp;-&nbsp;ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติ<br />
&nbsp; &nbsp;- ตรวจสอบข้อมูลผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ<br />
&nbsp; &nbsp;-&nbsp;ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ<br />
ดาวน์โหลดได้ฟรี ใช้งานได้ทั้งระบบ Android และระบบ iOS</p>

<p>แอปพลิเคชัน &ldquo;ตาสับปะรด&rdquo;&nbsp;มีบทบาทสำคัญในการแจ้งเหตุทุจริตการเลือกตั้ง เป็นช่องทางที่ช่วยให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นหูเป็นตาในการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม โดยมีรายละเอียดการทำงาน ดังนี้<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการแจ้งเหตุ&nbsp;แอปพลิเคชันถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย ช่วยให้ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสการทุจริตได้ทันท่วงที<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; รองรับพยานหลักฐานที่ชัดเจน&nbsp;ผู้ใช้งานสามารถแนบภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการแจ้งเบาะแสได้ทันทีผ่านตัวแอปพลิเคชัน<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; สร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย&nbsp;แอปพลิเคชันมีระบบการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; สร้างแรงจูงใจในการปราบปรามทุจริต&nbsp;หากเบาะแสที่แจ้งเข้ามาเป็นประโยชน์ ผู้แจ้งอาจมีสิทธิ์ ได้รับรางวัลนำจับ ตามระเบียบที่กฎหมายกำหนด</p>

<p>และการใช้แอปพลิเคชัน&nbsp;ThaiD&nbsp;&nbsp;รวมถึงDLT QR License&nbsp;และ&nbsp;แอปพลิเคชันบัตรคนพิการ&nbsp;(บัตรประจำตัวคนพิการดิจิทัล) เพื่อใช้ในการแสดงตนในการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง&nbsp;และสนับสนุนการใช้สิทธิเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444</p>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260205dbbeb5b8dc73fedc95931eb9d15e3125151155.jpg' type='image/jpg' length='181351' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ สั่งเข้มป้องกันอัคคีภัยและอุบัติภัยช่วงตรุษจีน ลด – งดการเผาทุกชนิด ลดฝุ่น PM2.5ฝนหลวงฯ ปฏิบัติการระบายฝุ่น กทม. เหนือ อีสาน]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/473184</link>
<guid isPermaLink="false">69b39537e76f26c82264243e147f941a</guid>
<pubDate>Thu, 05 Feb 2026 11:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&nbsp;ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะมีการสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษ โดยการจุดธูปเทียนบูชาเซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง ตลอดจนจุดประทัดตามศาลเจ้าและบ้านเรือน บางพื้นที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองจุดพลุ ประทัด และดอกไม้เพลิง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยและอุบัติภัย นอกจากนี้ ช่วงดังกล่าวชาวไทยเชื้อสายจีนมักเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทำให้มีปริมาณรถสัญจรเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาว ลมแรง อากาศแห้ง เสี่ยงต่อเกิดอัคคีภัย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;รัฐบาลจึงสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมป้องกัน&nbsp;เฝ้าระวังสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยให้สำรวจตรวจสอบพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย และซักซ้อมการปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้ปฏิบัติงานได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมทั้งตรวจตราพื้นที่ชุมชน สถานประกอบการ อาคาร&nbsp; เส้นทางสัญจร และสถานที่ที่จัดงานเทศกาลตรุษจีน ทั้งบนบกและริมตลิ่งให้มีความมั่นคงแข็งแรง ทั้งโป๊ะ ท่าเทียบเรือ และเรือโดยสาร หากพบสภาพไม่ปลอดภัยให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบซ่อมแซมโดยเร็ว ในส่วนของผู้ปฏิบัติงานให้เตรียมความพร้อมของกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งอุปกรณ์ดับเพลิง อุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัย และไฟฟ้าส่องสว่าง รวมถึงกวดขันการพิจารณาออกใบอนุญาต หรือต่ออายุใบอนุญาตให้ทำ สั่ง นำเข้า หรือค้าดอกไม้เพลิง ตรวจสอบสถานที่เก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิงที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชน ให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า&nbsp;เทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้ภาครัฐและภาคเอกชนที่จะจัดงาน ต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและใช้ความระมัดระวังในการจัดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย โดยเฉพาะการจุดพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิงหรือการแสดงที่ใช้เทคนิคพิเศษ (Special Effect) ภายในอาคาร รวมถึงสร้างการรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากอัคคีภัยที่มีสาเหตุจากการจุดธูปเทียนบูชา เซ่นไหว้ เผากระดาษเงิน กระดาษทอง การจุดพลุและประทัด ที่สำคัญขอให้ช่วยกันรณรงค์ลดหรืองดกิจกรรมการเผาทุกชนิด เพื่อลดการเกิดมลพิษทางอากาศและลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในส่วนของการเตรียมพร้อมด้านการเผชิญเหตุ ได้สั่งการให้บูรณาการทีมปฏิบัติการทั้งฝ่ายพลเรือน ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน อาสาสมัครมูลนิธิ และประชาชนจิตอาสา ร่วมเฝ้าระวัง ตรวจตราสถานที่จัดงานและเคหะสถานในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมกำชับหน่วยงานที่มีอำนาจสั่งใช้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) และ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) สนับสนุนออกตรวจตราเฝ้าระวังพื้นที่ชุมชนและสถานที่จัดงานที่มีการจุดพลุและประทัด โดยให้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงเน้นย้ำให้กวดขันการจัดระเบียบการจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในจุดที่มีประชาชนหนาแน่น เพื่อให้เทศกาลตรุษจีนเป็นไปด้วยความปลอดภัย ทั้งต่อสุขภาพ ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หลังได้รับข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี ได้ประสานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เตรียมความพร้อมปฏิบัติตามข้อสั่งการ&nbsp;อย่างเคร่งครัด และได้เป็นประธานการประชุม Situation Awareness Team (SAT) ติดตามสถานการณ์และการดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เร่งประสานจังหวัด วางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาแบบเชิงรุก พร้อมบังคับใช้กฎหมายควบคุมการเผาอย่างเคร่งครัด รวมถึงขอให้ศูนย์ ปภ. เขต เตรียมพร้อมเครื่องจักรกล&nbsp;สาธารณภัยและกำลังเจ้าหน้าที่ ให้พร้อมออกปฏิบัติการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศได้ทันที กรณีพื้นที่มีแนวโน้มฝุ่น PM2.5 เพิ่มสูงขึ้น ให้จังหวัดเตรียมห้องปลอดฝุ่น และขอความร่วมมือประชาชน ลดหรืองดกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ยกระดับปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ทุกมิติอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีหลายพื้นที่ที่เกิดไฟป่า รวมถึงยังคงพบจุดความร้อนในพื้นที่เกษตร จึงขอให้จังหวัดนำข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ข้อมูลสภาพอากาศ มาใช้ในการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาเชิงรุก หากพบการเผาในพื้นที่ให้ดำเนินตามมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและทันที ส่วนปฏิบัติการเพื่อลดปัญหาจากฝุ่น PM2.5&nbsp;เนื่องจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่องอัตราการระบายอากาศ พบว่า มีการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ ไม่ดี/อ่อน ชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นมีลักษณะปิด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการสะสมฝุ่นละอองไปจนถึงวันที่ 6-12 กุมภาพันธ์ 2569 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเปิดเผยว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้วางแผนปฏิบัติการโดยหน่วยดัดแปรสภาพอากาศเพื่อช่วยระบายฝุ่นละอองขนาดเล็กให้ได้มากที่สุด ก่อนที่ฝุ่นละอองจะสะสมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยในขณะนี้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร มีการตั้งหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จำนวน 4 แห่ง ได้แก่<br />
&ndash; หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์<br />
&ndash; หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จังหวัดระยอง<br />
&ndash; หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จังหวัดตาก<br />
&ndash; หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จังหวัดขอนแก่น เพื่อช่วยเหลือ 3 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากการปฏิบัติการของหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จังหวัดระยอง&nbsp;ด้วยเทคนิคการก่อเมฆบริเวณ อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ถึง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อระบายฝุ่นละอองออกจากพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ตามทิศทางลมที่เคลื่อนตัวจากกรุงเทพมหานคร ไปยังบริเวณจังหวัดสมุทรสงคราม โดยทำงานร่วมกับหน่วยดัดแปรสภาพอากาศ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยเทคนิคการก่อเมฆ บริเวณ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ถึง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อระบายฝุ่นออกจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล กาญจนบุรี และ ราชบุรี<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&nbsp;ได้สั่งการให้หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จังหวัดขอนแก่น ปฏิบัติการด้วยเทคนิคการโปรยน้ำแข็งแห้งเพื่อระบายฝุ่นละออง โดยบินบริเวณ อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร เพื่อระบายฝุ่นในพื้นที่จังหวัดสกลนคร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ หน่วยดัดแปรสภาพอากาศ จังหวัดตาก ติดตามสภาพอากาศและกลุ่มเมฆบริเวณทิศตะวันออกของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหากมีแนวโน้มสามารถปฏิบัติการได้ จะวางแผนปฏิบัติการก่อเมฆและเลี้ยงเมฆต่อไป<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;เนื่องจากฝุ่น PM2.5 เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งปอด&nbsp;อีกทั้งวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันมะเร็งโลก นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดกิจกรรม &ldquo;วันมะเร็งโลก World Cancer Day 2026&rdquo; ในหัวข้อ &ldquo;United by Unique: รวมกันสร้างพลังบวก ยอมรับความแตกต่าง สร้างคุณค่า&rdquo; ภายใต้แนวคิด &ldquo;Voice for Cancer Free Life&rdquo; เพื่อสร้างความตระหนักรู้และพลังบวกให้คนไทยห่างไกลจากโรคมะเร็ง และยังให้ความสำคัญกับวิกฤตฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ผ่านแนวคิด &ldquo;Clean Air for All&rdquo; เพื่อทวงคืนสิทธิ์พื้นฐานให้คนไทยได้หายใจรับอากาศสะอาดอย่างปลอดภัย และช่วยลดความเสี่ยงที่จะนำไปสู่อุบัติการณ์ของโรคมะเร็งปอด ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็ง หรือ Cancer Survivors ที่จะช่วยเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ป่วยให้กลายเป็นพลังบวก เพื่อขับเคลื่อนสังคมไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะมะเร็งไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาที่ไม่สามารถลิขิต แต่เป็นเรื่องของ &ldquo;การรู้เท่าทันและสามารถป้องกันได้&rdquo;</p>

<ul>
	<li itemprop="about"><a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%b2/">งดการเผา</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/">นายกรัฐมนตรี</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87/">ฝนหลวง</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%9d%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99-pm2-5/">ฝุ่น PM2.5</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/202602051654d7074ee1fe6f692ff5cb41df41d6110329.jpg' type='image/jpg' length='185250' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กกต. – หน่วยความมั่นคง คุมเข้มความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้งเสี่ยงสูง-ชายแดนใต้ กรมการกงสุลยืนยัน ส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรถึงไทย 5 ก.พ. 69]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/472837</link>
<guid isPermaLink="false">4f249dad99b79f6ac9cfffad5df71a99</guid>
<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 13:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ที่ยังมีการก่อเหตุไม่สงบเกิดขึ้น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ดูแลเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป และการออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายนันทพล&nbsp;ภาชื่น ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาส มี 5 เขตเลือกตั้ง และมีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 1,066 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 590,777 คน ซึ่งการจัดการในแต่ละหน่วยเลือกตั้ง จะมีกรรมการประจำหน่วย (กปน.) กรรมการออกเสียงประชามติ (กปส.) และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยเลือกตั้งละ 4 คน ในบางหน่วยประกอบกำลังทั้งตำรวจ และกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ดูแลความปลอดภัย ตั้งแต่เวลา 08.00 &ndash; 17.00 น. เชื่อว่าทั้ง 4 คน สามารถดำเนินการได้ด้วยดี นอกจากนี้ ฝ่ายความมั่นคง จะจัดชุดลาดตระเวน ชุดคุ้มกัน ทำหน้าที่ช่วยคุ้มครองการนำส่งคะแนนและหีบบัตร รวมถึงอุปกรณ์การเลือกตั้ง<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;พลตรี ยอดอาวุธ&nbsp;พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส&nbsp;กล่าวว่า หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ประสานกับทางจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด กกต.จังหวัด วางมาตรการป้องกันการก่อเหตุรุนแรงของกลุ่ม&nbsp;BRN&nbsp;หรือกลุ่มไม่หวังดีใดๆ ก็ตาม มีการเสริมกำลังป้องกันหน่วยลงคะแนนในทุกเขต โดยก่อนวันเลือกตั้งในวันที่&nbsp;8&nbsp;กุมภาพันธ์ 2569 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จะตรวจสอบทุกพื้นที่ที่มีการจัดเป็นหน่วยเลือกตั้งหลังจากนั้นจะส่งมอบให้กับตำรวจ และ กกต.ที่มาจัดตั้งหน่วยเลือกตั้ง ส่วนในวันเลือกตั้งผู้บังคับบัญชาในระดับหน่วย และผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ จะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&nbsp;(ด้านความมั่นคง)&nbsp;กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้มีหน่วยเลือกตั้งจำนวน 6,780 หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งได้กำชับการรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง การรักษาความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้ง และการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด หารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัด อย่างใกล้ชิด ในการพิจารณาหน่วยเลือกตั้งที่มีความเสี่ยงต่อการรักษาความปลอดภัย และบูรณาการกับหน่วยงานความมั่นคง ทั้งทหาร และฝ่ายปกครอง เพื่อวางมาตรการในการป้องกันการก่อเหตุในความไม่สงบโดยเฉพาะช่วงเลือกตั้ง สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่มีความเสี่ยงสูงขอให้ผู้บังคับการและผู้กำกับการ/หัวหน้าสถานีตำรวจ ลงรายละเอียดการปฏิบัติทางยุทธวิธีในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และจัดทำแผนรองรับการปฏิบัติอย่างรอบคอบ รัดกุม หากมีสิ่งใดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะสนับสนุนการปฏิบัติได้ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยสูงสุด ก็พร้อมที่จะดำเนินการอย่างเต็มกำลัง<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ส่วนการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร&nbsp;เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้เปิดตัว ศูนย์ติดตามการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานงานระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศในภารกิจการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ (กรมการกงสุล) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กระทรวงมหาดไทย และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด โดยประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยทั่วโลก ทั้งนี้ภายในศูนย์ดังกล่าวมีระบบเฝ้าติดตามการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร (Overseas Voting Monitoring System: OVMS) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย ศูนย์บริหารข้อมูลการกงสุลและสารสนเทศ (CDIC) กรมการกงสุล เพื่อติดตามการดำเนินการตั้งแต่การจัดส่งและรับบัตร รวมถึงการรายงานผลการดำเนินการต่าง ๆ ของสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทยทั้ง 95 แห่งทั่วโลกแบบ real-time เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการดำเนินการในทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น โปร่งใส ถูกต้อง และทันเวลา โดยเฉพาะในขั้นตอนสำคัญขณะนี้คือ การขนส่งบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วกลับมาประเทศไทย ซึ่งเริ่มดำเนินการส่งกลับมาแล้วและจะถึงประเทศไทยทั้งหมดภายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อคัดแยกส่งไปยังหน่วยเลือกตั้ง 400 เขตทั่วประเทศ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 และนับคะแนนพร้อมกันหลังการเลือกตั้ง ส่วนการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร จะถูกรวมนับคะแนนในต่างประเทศ ณ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ หรือสถานที่ที่กำหนด โดยจะเริ่มการนับคะแนนเมื่อปิดการลงคะแนนออกเสียงตามเวลาในประเทศไทย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด&nbsp;ยืนยันว่า ไปรษณีย์ไทย มีความพร้อม 100% สำหรับการขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ โดยขณะนี้ได้ดำเนินการลำเลียงซองใส่บัตรเลือกตั้งล่วงหน้าภายในประเทศเข้าสู่ศูนย์ปฏิบัติการการคัดแยกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะดำเนินการกระจายซองใส่บัตรเลือกตั้งไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งไปรษณีย์ไทยได้เตรียมพร้อมทรัพยากรและเครือข่ายขนส่งอย่างเต็มกำลัง ซึ่งมีรถขนส่งเฉพาะกิจกว่า 600 เที่ยว เพื่อเร่งจัดส่งให้แล้วเสร็จก่อนถึงวันเลือกตั้ง</p>

<ul>
	<li itemprop="about"><a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%95/">กกต.</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">ความปลอดภัย</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1/">คุมเข้ม</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87/">หน่วยเลือกตั้ง</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/2026020440b7403f4fff04cdd7fc4ff11e39010a135952.jpg' type='image/jpg' length='210715' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติร่างกฎกระทรวงนำเข้าสุรา ลดขั้นตอน เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี ส่งเสริมการท่องเที่ยว]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/472834</link>
<guid isPermaLink="false">966025edae4aefa27901bc6214bf13f2</guid>
<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 13:55:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ &hellip;) พ.ศ. &hellip;&nbsp;ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ซึ่งกฎกระทรวงดังกล่าว มีข้อจำกัดบางประการที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจและส่งผลกระทบต่อการบริหารการจัดเก็บภาษีภายใต้ระบบใบอนุญาต ดังนั้น เพื่อเป็นการลดขั้นตอนการพิจารณาและการอำนวยความสะดวกแก่ผู้นำเข้าในการขออนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร ลดข้อจำกัดทางกฎหมายที่เป็นอุปสรรคและเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของการแข่งขันในทางธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับควบคุมการจัดเก็บภาษีสุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรภายใต้ระบบใบอนุญาตโดยการปรับปรุงกฎหมายและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยผลักดันและสนับสนุนมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยว สร้างแรงจูงใจให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยว ตลอดจนเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (28 พฤศจิกายน 2566) กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต จึงได้ยกร่างกฎกระทรวงดังกล่าวขึ้น โดยมีสาระสำคัญใน 4 ประเด็น ดังนี้<br />
1. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรประเภทที่ 5&nbsp;ทั้งนี้ ในเบื้องต้นกรมสรรพสามิตจะประกาศกำหนดใบอนุญาตประเภทที่ 5 เช่น ใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร ใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการอุตสาหกรรมอื่นที่มิใช่สุรา ใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าหรือเพื่อบริโภคครั้งละไม่เกิน 200 ลิตร และใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเป็นสุราสามทับ (สุราที่มีแรงแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 80 ดีกรีขึ้นไป) เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเอทิลีนที่ผลิตจากพืช<br />
2. ยกเลิกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรประเภทที่ 1&nbsp;โดยไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแทนขายสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียว (Sole Agent)และกำหนดข้อยกเว้นให้อธิบดีกรมสรรพสามิตมีอำนาจกำหนดให้ผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตประเภทที่หนึ่งต้องเป็นตัวแทนขายสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียวก็ได้ เนื่องจากในระยะแรกกรมสรรพสามิตจะกำหนดให้เฉพาะการนำเข้าสุราแช่ชนิดไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์เท่านั้น ประกอบกับปัจจุบันกรมสรรพสามิตได้ใช้ระบบตรวจสอบข้อมูลสุรานำเข้าเพื่อประเมินมูลค่าและควบคุมการจัดเก็บภาษีเป็นเครื่องมือในการบริหารการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าสุรา ซึ่งมีสุราแช่ชนิดไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์เป็นสินค้านำร่องจึงสามารถตรวจสอบราคาเบื้องต้นของสุราแช่ชนิดไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์เทียบกับราคาของแหล่งผลิตได้จากราคาอ้างอิงในระบบฐานข้อมูลฯ และสามารถตรวจสอบราคาขายปลีกจริงของสุราแช่ชนิดไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์ที่มีการนำเข้าแต่ละรายได้ด้วย นอกจากนี้ ระบบตรวจสอบข้อมูลฯ ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อลดการลักลอบนำเข้าสินค้าที่มิชอบด้วยกฎหมาย และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่อาจยังไม่อยู่ในระบบภาษีให้เข้ามาอยู่ในระบบควบคุมทางสรรพสามิตได้ตามกฎหมาย<br />
3. เพิ่มช่องทางการยื่นคำขอใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์&nbsp;โดยสามารถยื่นคำขอใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรได้ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาแห่งท้องที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรที่จะปฏิบัติพิธีการตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่หรือทางระบบอิเล็กทรอนิกส์<br />
4. ยกเลิกขั้นตอนเกี่ยวกับการอนุมัติฉลากปิดภาชนะบรรจุสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักร&nbsp;ในกรณี ผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตประเภทที่ 1 เพื่อลดขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้นำเข้า<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ร่างกฎกระทรวงในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นการทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ เนื่องจากเป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎหมายเกี่ยวกับการนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร มิได้เป็นการปรับลดอัตราภาษีหรือยกเว้นภาษีและฐานภาษียังคงอยู่ในระดับเดิม จึงไม่กระทบต่อรายได้ภาษีสรรพสามิตสินค้าสุรา กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต&nbsp;ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว ประกอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาแล้ว เห็นชอบในหลักการของร่างกฎกระทรวงดังกล่าว โดยกระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่า การบังคับใช้กฎกระทรวงดังกล่าวควรเป็นไปอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเห็นว่า ควรมอบหมายให้กระทรวงการคลังติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายฉบับดังกล่าว ทั้งในแง่ของการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตสุรา และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการท่องเที่ยว รวมถึงผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในภาพรวม</p>

<ul>
	<li itemprop="about"><a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/">คณะรัฐมนตรี</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b2/">นำเข้าสุรา</a>,&nbsp;<a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87/">ร่างกฎกระทรวง</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20260204333b63c9c6388f89490cef1f276c0a2b135705.jpg' type='image/jpg' length='163922' />
</item>
</channel>
</rss>
