<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวสารประชาสัมพันธ์ทั่วไป]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://secretary.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ไทยเปิดตัว Bangkok Blueprint วางกรอบความร่วมมือโลกสกัดสแกมเมอร์-ภัยไซเบอร์ทั่วโลก]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/551037</link>
<guid isPermaLink="false">91dc7afa3445df24ab99d36066d20152</guid>
<pubDate>Thu, 15 Oct 2026 10:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดตัว &ldquo;Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services&rdquo; ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกปี 2569 (2026 IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings) เพื่อวางกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินดิจิทัล โดยเน้นย้ำว่าอาชญากรรมทางการเงินเป็นปัญหาข้ามพรมแดน ผู้เสียหายอาจอยู่ประเทศหนึ่ง มิจฉาชีพอยู่อีกประเทศ และเงินถูกโอนไปยังประเทศที่สาม จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อป้องกันอาชญากรรมตั้งแต่ต้นทาง ติดตามเส้นทางการเงิน และช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างมีประสิทธิภาพ<br />
&ldquo;Bangkok Blueprint&rdquo; เป็นกรอบแนวทางเชิงนโยบายเพื่อรับมือกับภัยการเงินดิจิทัลทั้งการฉ้อโกง การหลอกลวงและอาชญากรรมทางดิจิทัล เพื่อส่งเสริมระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือและทั่วถึง โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ริเริ่มแนวคิด Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) โดยต่อยอดบทเรียนและประสบการณ์จริง เพื่อพัฒนาเป็น &ldquo;เข็มทิศเชิงนโยบาย&rdquo; ที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของตนเอง โดยมีแนวทางสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. รับมืออย่างครบวงจร ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน 2. ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อจัดการภัยทุจริตทางดิจิทัลที่ข้ามพรมแดน 3. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานและมาตรการป้องกันภัยทางการเงินดิจิทัลอย่างยั่งยืน<br />
Bangkok Blueprint จะเข้ามาเสริมการดำเนินงานภายใต้แนวคิด &ldquo;Connect the Dots&rdquo; ของประเทศไทย ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินระหว่างหน่วยงานภายในประเทศ เพื่อให้สามารถตรวจจับธุรกรรมต้องสงสัยและสกัดกั้นเส้นทางเงินได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดย Bangkok Blueprint จะช่วยวางกรอบความร่วมมือและแนวทางแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ ประกอบด้วย 12 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1) การยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ (National Agenda): ผลักดันให้การแก้ปัญหาภัยทุจริตและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นนโยบายเร่งด่วนระดับชาติ<br />
2) การมีกฎหมายและกฎระเบียบที่เหมาะสม (Appropriate Legislation): ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เอื้อต่อการจัดการอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด<br />
3) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทั่วถึง (Inclusive Infrastructure): การขยายโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินดิจิทัล (เช่น การถอดบทเรียนจากความสำเร็จของ PromptPay และแอปพลิเคชัน เป๋าตัง / ถุงเงิน ของไทย) เพื่อช่วยให้ร้านค้ารายย่อยและกลุ่มเปราะบางเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น<br />
4) การพัฒนาระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital ID &amp; KYC): ยกระดับมาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันการเปิดบัญชีม้าและการสวมรอยทำธุรกรรม<br />
5) ระบบการป้องกันเชิงรุก (Proactive Prevention): กำหนดมาตรการสกัดกั้นและจำกัดเส้นทางธุรกรรมที่ต้องสงสัยอย่างทันท่วงที ก่อนความเสียหายจะขยายวงกว้าง<br />
6) ระบบตรวจจับอัจฉริยะ (Advanced Detection): นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (เช่น โมเดล AI ตรวจจับความเสี่ยง) มาใช้ตรวจจับพฤติกรรมธุรกรรมที่ผิดปกติ<br />
7) กลไกการเยียวยาผู้เสียหาย (Victim Remedy &amp; Recovery): จัดตั้งกระบวนการช่วยเหลือเยียวยาและคืนเงินให้ผู้เสียหายอย่างรวดเร็ว มีขั้นตอนที่ชัดเจนและเป็นธรรม<br />
8) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของสถาบันการเงิน (Financial Cyber Resilience): ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของระบบธนาคาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินในระยะยาว<br />
9) ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในประเทศ (Domestic Collaboration): ทลายข้อจำกัด ในการแชร์ข้อมูลระหว่างธนาคาร ตำรวจ เครือข่ายโทรคมนาคม และหน่วยงานกำกับดูแล<br />
10) ความร่วมมือระหว่างประเทศ (International Cooperation): สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ เนื่องจากมิจฉาชีพมักสั่งการจากต่างประเทศ<br />
11) การสร้างความตระหนักรู้และภูมิคุ้มกันให้ประชาชน (Financial &amp; Digital Literacy): มุ่งให้ความรู้แก่ประชาชนรู้เท่าทันกลโกง ไม่ตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์ออนไลน์<br />
12) การรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัยและการเข้าถึง (Safe &amp; Inclusive Balance): การออกแบบนโยบายที่ไม่เข้มงวดจนเป็นการกีดกันผู้บริโภคทั่วไป (โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี) แต่ก็ไม่อ่อนแอจนเปิดช่องให้มิจฉาชีพ ซึ่งครอบคลุมใน 5 เสาหลัก ได้แก่ (1) การวางยุทธศาสตร์ กฎหมาย และกลไกกำกับดูแลที่กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบอย่างชัดเจน (2) การบริหารจัดการภัยทุจริตอย่างครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน ตรวจจับ ตอบสนอง และเยียวยาผู้เสียหาย (3) การใช้ประโยชน์จากกรอบบริหารความเสี่ยงและการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว เช่น AML/CFT และ Cybersecurity (4) การเสริมสร้างความร่วมมือทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ และ (5) การคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างการตระหนักรู้ รวมถึงเพิ่มภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล พร้อมรวบรวมประสบการณ์จากไทย ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ นำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของตนเอง<br />
ดร.เอกนิติ ย้ำว่า การฉ้อโกงดิจิทัลเป็นความท้าทายทางเศรษฐกิจระดับโลก เนื่องจากอาชญากรฉวยโอกาสจากช่องว่างด้านการบังคับใช้กฎหมายและการประสานงานข้ามพรมแดน พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ นำ Blueprint ไปปฏิบัติ และขยายการแลกเปลี่ยนข้อมูลให้ก้าวข้ามพรมแดนของแต่ละประเทศ เพื่อสร้างระบบการเงินที่ปลอดภัย ครอบคลุม มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทั่วโลก</p>

<p>ด้านนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อธิบายว่า การเงินดิจิทัลทำให้บริการทางการเงินเข้าถึงง่าย มีประสิทธิภาพ และมีราคาย่อมเยายิ่งขึ้น แต่สร้างความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกันทั้งด้านการฉ้อโกง ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และความสามารถในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้ว่าผลลัพธ์ของไทยเป็นหลักฐานว่าความร่วมมือที่ประสานกันได้ผลจริง โดยความเสียหายจากการฉ้อโกงทางการเงินลดลงจากกว่า 43,000 ล้านบาทในปี 2567 เหลือ 32,000 ล้านบาทในปี 2568 และในครึ่งแรกของปี 2569 ความเสียหายยังสูงกว่า 9,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงภาวะการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและครอบคลุม (Safe and Inclusive Digital Finance: SIDF) ซึ่งมุ่งให้นวัตกรรมทางการเงินดิจิทัลก้าวหน้าไปพร้อมกับความมั่นคงปลอดภัย ความไว้วางใจ และการเข้าถึงบริการทางการเงิน และย้ำว่าการนำไปปฏิบัติให้ได้ผลต้องอาศัยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ<br />
ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ยกระดับการจัดการปัญหาเรื่องเงินเทา และคอร์รัปชันอย่างครบวงจร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวสอดรับกับหลักการของ Bangkok Blueprint ในหลายมิติ อาทิ (1) การตรวจสอบและรู้จักตัวตนของลูกค้าอย่างเข้มงวด (KYC/CDD/EDD) (2) การยืนยันตัวตนของร้านค้า (KYM) ของธุรกิจรับชำระเงิน เพื่อป้องกันการให้บริการกับธุรกิจผิดกฎหมาย (3) การตรวจจับธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (suspicious transaction) (4) การถอนเงินสดมูลค่าสูงตั้งแต่ 5 ล้านบาท ขึ้นไป และ (5) ยกระดับมาตรการป้องกันการนำเงินสดไปแปลงเป็นสินทรัพย์ทางการเงินอื่น เช่น ทองคำและเงินตราต่างประเทศ รวมถึงกำกับดูแลธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเสี่ยงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เช่น USDT เป็นต้น<br />
ธปท. และกระทรวงการคลัง มุ่งหวังให้ Bangkok Blueprint เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ Whole-of-Ecosystem ยกระดับการรับมือให้ครบวงจร โดยให้ทุกภาคส่วนร่วมรับผิดชอบการร่วมมือข้ามพรมแดน เพื่อรับมืออาชญากรรมที่ดำเนินการข้ามประเทศ และยกระดับมาตรฐานและแนวปฏิบัติสากล ผ่านองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ทั้ง IMF, World Bank Group (WBG), Financial Action Task Force (FATF) และ Financial Stability Board (FSB) โดยในระยะข้างหน้า การสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่มีความเข้มแข็งในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือที่ใกล้ชิด การประสานงานอย่างเป็นระบบ ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเงินดิจิทัลยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม การเข้าถึงบริการทางการเงิน และการเติบโตทางเศรษฐกิจ บนพื้นฐานของความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชน<br />
นอกจากนี้ ประเทศไทยในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมพัฒนาหลักและนำโมเดลนี้ไปใช้เป็นประเทศแรกๆ ได้ออกมาตรการและข้อบังคับจริงที่มีความเข้มงวดสูงอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสรุปได้ 4 ด้านหลัก ดังนี้<br />
1. มาตรการยกระดับความปลอดภัย Mobile Banking ธปท. ได้ประกาศมาตรฐานขั้นต่ำที่ทุกสถาบันการเงินและ e-Money ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจนเกิดความเสียหาย ธนาคารต้องร่วมรับผิดชอบ<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; 1 บัญชีผู้ใช้ ต่อ 1 อุปกรณ์ (1 Device Policy): กำหนดให้แอปพลิเคชันธนาคารผูกใช้งานได้เพียง 1 อุปกรณ์ต่อ 1 บัญชี เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำข้อมูลไปล็อกอินระบบอื่น<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; การยืนยันใบหน้า (Biometrics &amp; Liveness Detection): บังคับสแกนใบหน้าตรวจสอบตัวตนจริงเมื่อโอนเงินตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง ยอดสะสมเกิน 200,000 บาทต่อวัน หรือเมื่อขอเพิ่มวงเงินการทำธุรกรรม<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; การบล็อกแอปพลิเคชันเสี่ยง: ระบบ Mobile Banking ของไทยสามารถตรวจสอบและบล็อกการทำงานทันทีหากตรวจพบว่าอุปกรณ์มีการติดตั้งแอปรีโมตควบคุมระยะไกล (แอปดูดเงิน) หรือเป็นอุปกรณ์ที่ดัดแปลงระบบ (Rooted/Jailbroken)<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; ห้ามแนบลิงก์: ห้ามธนาคารส่ง SMS หรืออีเมลที่แนบลิงก์ใด ๆ ให้ลูกค้า (ยกเว้นกรณีที่ลูกค้าเป็นผู้ร้องขอเองกับระบบ) เพื่อตัดช่องทางกลโกง Phishing<br />
2. มาตรการกวาดล้างและสกัด &ldquo;บัญชีม้า&rdquo; ระดับบุคคล ประเทศไทยได้เปลี่ยนวิธีจัดการบัญชีม้าจากเดิมที่แบนเป็นรายบัญชี มาเป็นการ &ldquo;แบนระดับบุคคล&rdquo; (จัดการทุกบัญชีของคนเปิด):<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; จัดกลุ่มความเสี่ยงรายบุคคล: ธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จัดเกรดผู้เข้าข่ายบัญชีม้าออกเป็นกลุ่ม (ม้าดำ, ม้าเทาเข้ม, ม้าเทาอ่อน) ซึ่งหากใครติดรายชื่อความเสี่ยงสูง จะถูกระงับการทำธุรกรรมและห้ามเปิดบัญชีใหม่ในทุกธนาคารทันที<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามธนาคาร: การใช้เทคโนโลยีศูนย์ข้อมูลร่วมกัน (เช่น ระบบ CFR) ทำให้เมื่อธนาคารหนึ่งตรวจพบหรือระงับบัญชีม้า ข้อมูลจะแชร์ไปยังธนาคารอื่น ๆ ทั่วประเทศเพื่อบล็อกเส้นทางการเงินได้ในเวลาไม่กี่นาที<br />
3. มาตรการคืนเงินและเยียวยาผู้เสียหายอย่างรวดเร็ว<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; ศูนย์สายด่วนเทคโนโลยี 1441 (AOC): หากประชาชนรู้ตัวว่าถูกหลอก สามารถโทรแจ้ง สายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ธนาคารระงับบัญชีปลายทางและบัญชีแถวถัดไปชั่วคราวทันทีโดยไม่ต้องรอใบแจ้งความจากตำรวจ<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; การเยียวยาโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล: กฎหมายและมาตรการล่าสุด (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงสิงหาคม 2569) ได้รับการปรับปรุงเพื่อเร่งกระบวนการคืนเงินให้ผู้เสียหายผ่านระบบศูนย์ข้อมูลรวมของ ปปง. โดยลดขั้นตอนทางกฎหมายที่ยุ่งยากลง เพื่อให้เหยื่อได้เงินคืนเร็วที่สุด<br />
&nbsp; &nbsp;&ndash; กลไกปกป้องผู้บริสุทธิ์: เพื่อลดผลกระทบต่อร้านค้าออนไลน์หรือผู้บริสุทธิ์ที่โดนกลั่นแกล้งอายัดบัญชี ปัจจุบันมีระบบปลดล็อกบัญชีภายใน 4&ndash;24 ชั่วโมงหลังตรวจสอบเสร็จสิ้นผ่านสายด่วน 1441 กด 2<br />
4. การใช้เทคโนโลยี AI &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; (Nok Krasip) เพื่อช่วยผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ค้ารายย่อย และผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น โดยนำข้อมูลยอดขายจริงจากการประกอบธุรกิจมาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการพิจารณาสินเชื่อ ประเทศไทยนำเทคโนโลยี AI อัจฉริยะ เข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมในระบบการเงินดิจิทัลเพื่อตรวจจับบัญชีม้าเชิงรุก (เช่น บัญชีที่มีการโอนเงินเข้าออกผิดปกติ ถี่เกินไป หรือมียอดเงินไม่สัมพันธ์กับอาชีพ) เพื่อส่งสัญญาณเตือนและบล็อกบัญชีก่อนที่มิจฉาชีพจะโอนเงินออกนอกประเทศ นอกจากนี้ ไทยยังส่งเสริมการเข้าถึงนโยบายผ่านแพลตฟอร์มการเงินภาครัฐ (Digital Public Infrastructure) อย่าง PromptPay, เป๋าตัง และถุงเงิน เพื่อช่วยให้ผู้ค้ารายย่อยสามารถทำธุรกรรมและเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อย่างปลอดภัย ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางไซเบอร์</p>

<ul>
	<li itemprop="about">Tags: <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/bangkok-blueprint/">Bangkok Blueprint</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad/">ความร่วมมือ</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/">ภัยไซเบอร์</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%aa%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/">สแกมเมอร์</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20261015ab34c8a87c8d34aa5db19d69f2d2b0f4104616.jpg' type='image/jpg' length='194460' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบ สินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS กู้สูงสุด 3 ล้านบาท ผ่อนนาน 40 ปี ช่วยผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้านเป็นของตนเอง]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/551036</link>
<guid isPermaLink="false">e4c2ec34f8367c711a326013f7bfbdba</guid>
<pubDate>Thu, 15 Oct 2026 10:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงการคลังได้มีการดำเนินมาตรการช่วยเหลือและสนับสนุนเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับผลตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี และปัจจุบันยังคงมีผู้สนใจยื่นคำขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และรองรับความต้องการมีที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อภายใต้เงื่อนไขที่ผ่อนปรน กระทรวงการคลังจึงได้เสนอโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ซึ่งเป็นการต่อยอดมาตรการสนับสนุนที่อยู่อาศัยของรัฐบาล หลังจากโครงการสินเชื่อบ้าน Happy Home วงเงิน 20,000 ล้านบาท และมาตรการสินเชื่อซื้อ&ndash;สร้าง วงเงิน 50,000 ล้านบาท ได้รับความสนใจจากประชาชนจน ธอส. ปล่อยสินเชื่อเต็มกรอบวงเงินทั้งสองโครงการแล้ว แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากต้องการสินเชื่อเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย รัฐบาลจึงมุ่งเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ในราคาและดอกเบี้ยที่เหมาะสม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 โดยมีสาระสำคัญของโครงการ ดังนี้<br />
1. โครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท โดย ธอส. สนับสนุนสินเชื่อให้แก่ประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลางที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ปลูกสร้างอาคารหรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคารบนที่ดินของรัฐ หรือซื้ออาคารหรือห้องชุดบนที่ดินของรัฐ และเพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับศักยภาพการชำระหนี้ โดยมีอัตราดอกเบี้ยแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ 1) กรณีผ่อนปรนเกณฑ์รายได้และค่าครองชีพ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.8 ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี และ 2) กรณีเกณฑ์รายได้ปกติ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.6 ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี วงเงินสินเชื่อต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 3 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 40 ปี ซึ่ง ธอส. จะพิจารณาความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ให้เหมาะสมกับภาระหนี้ตลอดอายุสัญญา โดยเฉพาะภายหลังสิ้นสุดช่วงอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนมีภาระทางการเงินเกินความสามารถ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าสินเชื่อจะเต็มกรอบวงเงินโครงการ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ ธอส. กำหนด<br />
2. การแยกบัญชีโครงการฯ ของ ธอส. เป็นบัญชีธุรกรรมนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) (บัญชี PSA) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแยกผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลออกจากธุรกรรมเชิงพาณิชย์ของธนาคารอย่างชัดเจน ช่วยให้การกำกับดูแล การตรวจสอบ และการประเมินผลการดำเนินงานมีความโปร่งใสและเหมาะสม โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง การประเมินความสามารถในการชำระหนี้ และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างเคร่งครัด กระทรวงการคลังได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง ตลอดจนการสร้างเสถียรภาพและการยกระดับภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยให้เข้มแข็งและมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต รวมถึงส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งการใช้จ่ายในภาคก่อสร้าง การผลิตวัสดุก่อสร้าง การจ้างงานและการบริโภคสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าการดำเนินโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS จะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมประมาณ 125,000 ล้านบาท รวมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง สามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ด้วยภาระผ่อนชำระที่เหมาะสม เพราะบ้านไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่เป็นรากฐานความมั่นคงของครอบครัว</p>

<p>&nbsp;</p>

<ul>
	<li itemprop="about">Tags: <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%84%e0%b8%93%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/">คณะรัฐมนตรี</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87-plus/">บ้านคนละหลัง PLUS</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad/">สินเชื่อ</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%9a/">เห็นชอบ</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20261015c07b9f988a0f354451092381cedf873f104331.jpg' type='image/jpg' length='175534' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“เอกนิติ” ชู “Bangkok Blueprint” สกัดกั้นภัยการเงินดิจิทัล ยกไทยเป็น Trusted Connector เชื่อมเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความแบ่งขั้ว]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/550768</link>
<guid isPermaLink="false">efeb1bd4896d94129cdfce12d2241706</guid>
<pubDate>Wed, 14 Oct 2026 10:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แนวนโยบายการเงินการคลังและทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยจะมีการนำเสนอเรื่องต่าง ๆ เช่น แพลตฟอร์มการต่อสู้กับสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ และอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งประเทศไทยดำเนินการปราบปรามได้ดี จึงจะนำเรื่องนี้มานำเสนอต่อที่ประชุมครั้งนี้ด้วย เพราะอาชญากรรมทางการเงิน อาชญากรรมออนไลน์ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อทั่วโลก ในช่วงที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันทำงานในคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ คณะอนุกรรมการ &ldquo;Connect the Dots&rdquo; เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินที่กระจายอยู่ในแต่ละหน่วยงานเข้าด้วยกัน ทั้งข้อมูลตัวตน พฤติกรรมทางการเงิน และเส้นทางเงิน ครอบคลุมทั้งตลาดเงิน ตลาดทุน สินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ หรือทรัพย์สินอื่นๆ เพื่อให้ทุกหน่วยงานเห็นความเสี่ยงชุดเดียวกันและหยุดเส้นทางเงินได้ทันเวลา ดังนั้น เพื่อให้การเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลทั่วถึงข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้เตรียมขยายผลไปปรับใช้ในความร่วมมือระหว่างประเทศและนำเสนอ Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ในการประชุม IMF&ndash;World Bank 2026 ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เพื่อเป็นกรอบหลักการสำหรับประเทศสมาชิกในการร่วมกันป้องกันและสกัดกั้นภัยการเงินดิจิทัลอย่างเป็นระบบ โดยเน้นความร่วมมือในการวางรากฐานเชิงนโยบายและกฎหมายที่เข้มแข็ง การกำหนดแนวทางการป้องกันและตรวจจับอาชญากรรมไซเบอร์ระหว่างประเทศ การกำหนดแนวทางการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งภายในและระหว่างประเทศ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยตรวจจับเส้นทางการเงินข้ามพรมแดน เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพเคลื่อนย้ายเงินข้ามพรมแดนได้โดยง่าย ในระยะต่อไป เพื่อผลักดันกระบวนการสกัดกั้นอาชญากรรมไซเบอร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมเร่งดำเนินการในด้านต่าง ๆ เพื่อหยุดยั้งและสกัดกั้นอาชญากรรมไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบรายละเอียดระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระดับชาติ การยกระดับมาตรฐานการรู้จักลูกค้า (KYC) การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD) และการตรวจสอบอย่างเข้มงวด (EDD) ให้เทียบเท่าศูนย์กลางทางการเงินในต่างประเทศ การใช้หลักเกณฑ์การส่งต่อข้อมูลระหว่างผู้โอนและผู้รับโอน (Travel Rule) สำหรับธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล การเร่งติดตามและเชื่อมโยงข้อมูลของธุรกรรมทองคำ อีกทั้ง Connect the Dots หรือการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินของทุกหน่วยงานหลักไว้ด้วยกัน จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถสกัดกั้นอาชญากรรมไซเบอร์ได้ตั้งแต่ต้นทาง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินไทย และในการประชุม 2026 IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings จะเป็นการต่อยอดแนวคิดของทีมประเทศไทยสู่ระดับสากลผ่านการจัดทำ &ldquo;Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services&rdquo; ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลจากระดับประเทศสู่ระดับระหว่างประเทศ ช่วยยกระดับการป้องกันและสกัดกั้นอาชญากรรมไซเบอร์ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น<br />
นอกจากนี้ ดร.เอกนิติ ยังได้กล่าวในงาน &ldquo;Building Resilience in a Fragmented World&rdquo; ร่วมกับนาง Kristalina Georgieva กรรมการจัดการ IMF นาย Ajay Banga ประธาน World Bank Group และนาง Riikka Purra รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฟินแลนด์ โดยชี้ว่าโลกที่แบ่งขั้วมากขึ้นกำลังเปลี่ยนแนวคิดทางเศรษฐกิจจากการมุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงสุดไปสู่การให้ความสำคัญกับความมั่นคง และ ส่งผลกระทบต่อ 3 ช่องทางหลักของเศรษฐกิจ ได้แก่ การค้า การเงิน และการลงทุน โดยด้านการค้า แม้จะเผชิญอุปสรรคมากขึ้น แต่การค้ายังคงสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางได้ ขณะที่ด้านการเงินต้องเผชิญความเสี่ยงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงินให้เข้มแข็ง ด้านการลงทุน ความไม่แน่นอนของโลกทำให้นักลงทุนมองหาฐานการลงทุนใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยไทยได้รับประโยชน์จากการกระจายห่วงโซ่อุปทาน สะท้อนจาก ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศในครึ่งแรกของปี 2569 ที่เพิ่มขึ้น 80% มูลค่ากว่า 1.37 ล้านล้านบาท โดยรัฐบาลมุ่งลดขั้นตอนและอุปสรรคด้านกฎระเบียบ เพื่อเปลี่ยนความสนใจของนักลงทุนให้เกิดการลงทุนจริง พร้อมย้ำว่าการลงทุนต้องนำไปสู่การสร้างงาน พัฒนาทักษะ และยกระดับขีดความสามารถของคนไทยและภาคธุรกิจ<br />
ดร.เอกนิติ ระบุว่า ไทยนำเข้าพลังงานประมาณร้อยละ 50 จากตะวันออกกลาง จึงหาแหล่งพลังงานทางเลือกจากแอฟริกาตะวันตกและลาตินอเมริกาในช่วง 7&ndash;8 เดือนที่ผ่านมา การกระจายคู่ค้า พลังงาน ตลาด และเทคโนโลยีลดความเสี่ยงจากแหล่งเดียว ขณะเดียวกันตลาดและพันธมิตรที่มากขึ้นเปิดโอกาสส่งออก ลงทุนและเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ รัฐบาลจึงมุ่งส่งเสริมการลงทุน อีกทั้งมองว่าไทยสามารถใช้บทบาท &ldquo;Trusted Connector&rdquo; &ldquo;ผู้เชื่อมที่น่าเชื่อถือ&rdquo; หรือผู้เชื่อมตลาด ทุน เทคโนโลยี และคน ระหว่างหลายฝ่ายด้วยกติกาที่น่าเชื่อถือ มาตรฐานที่ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความไว้วางใจและรักษาระบบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกติกา (rules-based international order) พร้อมเสนอให้อาเซียนเพิ่มการค้าภายในภูมิภาค เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) และต้องทำให้ผลประโยชน์จากการเชื่อมต่อนั้นกลับมาถึงกลุ่ม SMEs และชุมชนในประเทศ โดยมี ASEAN เป็นเครือข่ายของ Trusted Connectors เชื่อมพลังงาน อาหาร การผลิต โลจิสติกส์ การเงิน ดิจิทัล สุขภาพและทักษะ พร้อมสร้างหุ้นส่วนกับประเทศขนาดกลางนอกภูมิภาคในประเด็นที่ทำได้จริง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การเปลี่ยนเงินทุนให้เป็นขีดความสามารถ (Turning Capital into Capabilities) เพื่อยกระดับประชาชน การจ้างงาน และบริการ พร้อมย้ำว่า การสร้างความไว้วางใจต้องเกิดขึ้นทั้งระหว่างประเทศและภายในสังคมของแต่ละประเทศ ทั้งนี้จะต้องมีการปฏิรูปที่สำคัญ 4 เรื่อง คือ 1. กระจายตลาดและห่วงโซ่อุปทาน 2. การใช้ AI เพิ่มผลิตภาพ 3. ลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า เน้นการปรับตัว 4. สร้างเงินออมระยะยาวและใช้โอกาสจาก Longevity Economy<br />
อีกทั้ง ดร.เอกนิติ ได้หารือกับนาย Kazuhiko Amakawa ผู้ว่าการธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (Japan Bank for International Cooperation: JBIC) ระหว่างการประชุมประจำปี IMF และ World Bank Group 2026 ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อขยายความร่วมมือด้านการลงทุนและการเงินระหว่างไทยกับญี่ปุ่น through strengthening Azec save เน้นย้ำถึงโอกาสในการขยายความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Cities) ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมของญี่ปุ่นมาเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารและโครงสร้างพื้นฐานเมือง ควบคู่กับการระดมทุนจากภาคเอกชน พร้อมหารือแนวทางส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินและภาคเอกชนญี่ปุ่นสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ไทย เพื่อสนับสนุนการลงทุน ลดต้นทุนพลังงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน สำหรับการสัมมนา &ldquo;Bangkok 1991-2026: Thailand&rsquo;s Path to Resilient and Inclusive Growth&rdquo; ดร.เอกนิติ ได้ร่วมกับผู้แทนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และผู้กำหนดนโยบายของไทย เพื่อย้อนบทเรียนตลอด 35 ปี นับจากครั้งล่าสุดที่กรุงเทพมหานคร เป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings และมองไปยังโอกาสทางเศรษฐกิจรอบใหม่ของประเทศไทย ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญของไทยในอดีตเกิดจากการเปิดประเทศ การลงทุนจากต่างประเทศ และการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิตโลก แต่การเติบโตในอดีตขาดเสถียรภาพและนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจใน พ.ศ. 2540 ดังนั้น การเติบโตทางเศรษฐกิจระลอกใหม่ (second take-off) จะต้องเป็นการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภาพ เทคโนโลยีดิจิทัล และเตรียมประเทศไทยให้พร้อมกับการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไทย &ldquo;ตกขบวน&rdquo; ไทยพร้อมปรับลดกฎเกณฑ์การประกอบธุรกิจเพื่อส่งเสริมภาคเอกชน โดยเปรียบเทียบภาคเอกชนเป็น &ldquo;กองหน้า&rdquo; ที่พร้อมทำประตู เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ส่วนภาครัฐจะเปรียบเสมือน &ldquo;กองกลาง&rdquo; ที่พร้อมสนับสนุนภาคเอกชน และเปรียบเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็น &ldquo;กองหลัง&rdquo; ที่ถือเป็นฐานรากที่แข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจไทย</p>

<p>&nbsp;</p>

<ul>
	<li itemprop="about">Tags: <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/bangkok-blueprint/">Bangkok Blueprint</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/imf-world-bank-2026-2/">IMF&ndash;World Bank 2026</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99/">การเงิน</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/">เศรษฐกิจโลก</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20261014a981f77a543ad8fe0705b7e3b88ab96c102735.jpg' type='image/jpg' length='230403' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทยพร้อมเปิดเวที IMF-World Bank 2026 “เอกนิติ” เตรียมถกผู้นำ IMF–ธนาคารโลก เจรจาทวิภาคี 30 นัด สร้างโอกาสเศรษฐกิจไทย]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/550175</link>
<guid isPermaLink="false">2e1d9714a8870a3fad535a6b15768dba</guid>
<pubDate>Mon, 12 Oct 2026 10:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569(2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร<br />
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมแสดงบทบาทนำของประเทศไทยบนเวทีการเงินระดับสากล ผ่านการเข้าร่วมเสวนาบนเวทีสำคัญใน 4 เวทีร่วมกับผู้นำองค์กรการเงินระดับโลก รัฐมนตรีคลัง และนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการเดินหน้าเจรจาทวิภาคีถึง 30 นัดหมาย ระหว่างวันที่ 13&ndash;17 ตุลาคม 2569 กับผู้นำเศรษฐกิจ และผู้แทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะตัว Trusted Connector ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาคมโลก แลกเปลี่ยนแนวทางรับมือความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก และขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของไทย<br />
สำหรับการขึ้นเวทีเสวนาในวันแรกของการประชุม วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30&ndash;14.30 น. นายเอกนิติจะเข้าร่วมเวที &ldquo;Thai MOF Flagship Event: Building Resilience in a Fragmented World&rdquo; ซึ่งกระทรวงการคลังไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมีผู้ร่วมเสวนาระดับโลก ได้แก่ คริสตาลินา จอร์จีวา ผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) อาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก (World Bank Group) และรีคกา ปูร์รา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประเทศฟินแลนด์<br />
โดยเวทีนี้มีความสำคัญในการร่วมกำหนดทิศทางและแนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ท่ามกลางความขัดแย้ง ความไม่แน่นอน และความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ในวันเดียวกัน เวลา 15.00&ndash;16.00 น. นายเอกนิติยังเตรียมขึ้นเสวนาต่อในเวที &ldquo;IMF APD: Thailand Special Seminar Bangkok 1991&ndash;2026&rdquo; ร่วมกับ เคนจิ โอกามูระ รองกรรมการผู้จัดการ IMF นายกฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก IMF นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานมูลนิธิสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ และนายสุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเวทีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการย้อนมองเส้นทางเศรษฐกิจไทยนับตั้งแต่ที่เคยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ครั้งแรกเมื่อปี 2534 จนถึงปี 2569 พร้อมทั้งระดมความคิดเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้พุ่งทะยานและพร้อมรับมือกับอุตสาหกรรมยุคใหม่</p>

<p>นอกจากนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมเข้าร่วมเวทีหารือแนวทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคธุรกิจ โดยมุ่งหารือการนำมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และทรัพย์สินทางปัญญาประเภทอื่น มาต่อยอดเป็นโอกาสทางการเงินและการลงทุน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรม ในหัวข้อ &ldquo;Financing Innovation via Intangible Assets: Unlocking Growth through Intellectual Property-Backed Finance&rdquo; ในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00&ndash;14.00 น. โดยมี ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้แทนสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป (EUIPO) ธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป (EIB) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเด็นสำคัญของการหารือคือ ปัจจุบันธุรกิจจำนวนหนึ่งมีทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมที่สามารถสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่ทรัพย์สินเหล่านี้อาจยังไม่ได้รับการประเมินมูลค่าหรือยอมรับในระบบการเงินอย่างเต็มที่ เมื่อเทียบกับหลักประกันที่เป็นทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น ที่ดินหรืออาคาร จึงเป็นโจทย์สำคัญว่าระบบการเงินจะสามารถนำมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญามาประกอบการสนับสนุนเงินทุนแก่ธุรกิจได้อย่างไร การหารือครั้งนี้เป็นโอกาสให้ประเทศไทยแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์กับองค์กรระหว่างประเทศเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน และแนวทางพัฒนาระบบการเงินให้รองรับธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งของการเพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุน นอกเหนือจากการใช้หลักประกันแบบดั้งเดิม โดยผลการหารือจะเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปประกอบการพิจารณาแนวทางส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการไทยในอนาคต</p>

<p>วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 15.30&ndash;16.30 น. นายเอกนิติจะเข้าร่วมเสวนาบนเวทีดีเบตระดับโลก &ldquo;IMF Flagship Global Debate: เปิดวงถกโจทย์ใหญ่ อนาคตเศรษฐกิจโลก&rdquo; ร่วมกับ คริสตาลินา จอร์จีวา ผู้จัดการ IMF คีเรียคอส ปิแอร์ราคคิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังแห่งกรีซและประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป อาลิโก ดันโกเต ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Dangote Group และแดนนี่ กวา ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จาก Lee Kuan Yew School of Public Policy ซึ่งถือเป็นเวทีระดับ Flagship ในการเปิดวงถกประเด็นท้าทายสำคัญระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้สาธารณะ ความผันผวนด้านพลังงาน รวมถึงการดิสรัปชันทางเทคโนโลยีจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) &ldquo;Bangkok Dialogue Notes: ประชุมจบ แต่แนวคิดต้องไปต่อ&rdquo; โดยเวทีนี้มีความสำคัญในการนำเสนอบทสรุปสาระสำคัญที่ประเทศไทยได้สื่อสารต่อประชาคมโลกตลอดการประชุม พร้อมทั้งผลักดันประเด็นเชิงนโยบายเพื่อชวนนานาประเทศสานต่อ ในฐานะที่ไทยทำหน้าที่เป็น &ldquo;trusted connector&rdquo; หรือตัวเชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจจากนานาชาติต่อไปในอนาคต</p>

<p>นอกเหนือจากเวทีเสวนาหลักแล้ว อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคือการเข้าร่วมประชุมทวิภาคี (Bilateral Meetings) รวม 30 นัดหมาย ร่วมกับผู้นำทางเศรษฐกิจและตัวแทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อกระชับความร่วมมือ เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ แลกเปลี่ยนนโยบายรับมือวิกฤต ตลอดจนเปิดช่องทางต่อยอดโอกาสด้านการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจ อันจะเป็นการใช้โอกาสจากเวทีระดับนานาชาติต่างๆ ในการสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน</p>

<p>&nbsp;</p>

<ul>
	<li itemprop="about">Tags: <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/imf-world-bank-2026/">IMF-World Bank 2026</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%97%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b5/">ทวิภาคี</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/">ธนาคารโลก</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2/">เจรจา</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20261012a45f7d53b1025a14070f513727b383d4101614.jpg' type='image/jpg' length='197679' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“แรงงาน ศึกษาฯ คมนาคม พาณิชย์” เร่งบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ซ่อมรถ ฟื้นฟูบ้าน ลดค่าครองชีพ]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/550162</link>
<guid isPermaLink="false">6b6d87716a137e337ceedb68774fdc75</guid>
<pubDate>Mon, 12 Oct 2026 10:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนจำนวนมาก หน่วยงานภาครัฐได้ร่วมมือกันออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยผ่านโครงการ &ldquo;ศูนย์ซ่อมสร้างสุข&rdquo; เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอุปกรณ์ดำรงชีพของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุอุทกภัยจนถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2569 กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้จัดส่งทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ให้บริการแก่ผู้ประสบภัยไปแล้วรวมทั้งสิ้น 16,557 ราย ซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ไปแล้ว 2,568 คัน ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า 1,655 ชิ้น และซ่อมแซมเครื่องมือการเกษตรและอุปกรณ์อื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ทีมงานยังคงเดินหน้าให้บริการซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ยังคงได้รับผลกระทบ นายจุลพันธ์ ได้เน้นย้ำและสั่งการให้ทีมงานกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ปักหลักช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดอย่างเต็มกำลัง และให้ดำเนินการตั้งศูนย์ซ่อมสร้างสุขเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไปจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมในทุกพื้นที่จะสิ้นสุดและเข้าสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์</p>

<p>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เร่งนำกำลังบุคลากรและทักษะวิชาชีพของอาชีวศึกษาเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ผ่านศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix it Center และกิจกรรม Fix it&ndash;จิตอาสา ระดมครู บุคลากร นักเรียน และนักศึกษา ลงพื้นที่ซ่อมแซมสิ่งของจำเป็นและเครื่องมือประกอบอาชีพ มุ่งลดภาระรายจ่าย ฟื้นฟูการทำมาหากิน และช่วยให้ประชาชนกลับมาตั้งหลักได้โดยเร็ว โดยการให้บริการครอบคลุมงานซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ตรวจสอบและซ่อมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซ่อมรถจักรยานยนต์และรถยนต์ เครื่องมือทางการเกษตร ปั๊มน้ำ และงานซ่อมแซมบ้านเรือนตามศักยภาพของแต่ละหน่วยบริการ พร้อมจัดทีมช่างอาชีวะจิตอาสาเข้าช่วยเหลือในชุมชน เพื่อให้การฟื้นฟูตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในภารกิจ &ldquo;ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม&rdquo; ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 มีจุดบริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวม 59 จุด ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ส่วนที่จังหวัดระยอง โดยศูนย์อำนวยการ Fix it&ndash;จิตอาสา สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดระยอง รายงานผลสะสมระหว่างวันที่ 28 กันยายน&ndash;8 ตุลาคม 2569 รวม 11 วัน มีการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า 1,059 ชิ้น รถจักรยานยนต์ 510 คัน เครื่องมือทางการเกษตร 120 ชิ้น และปั๊มน้ำ 71 เครื่อง พร้อมทั้งช่วยซ่อมระบบไฟฟ้าภายในบ้าน 26 หลังคาเรือน ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการรับความช่วยเหลือในทุกจังหวัด สามารถติดต่อสอบถาม ศูนย์ Fix it Center ได้ที่สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา หรือวิทยาลัยการอาชีพใกล้บ้าน เพื่อขอข้อมูลจุดบริการและประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อและช่องทางติดต่อของสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศได้ผ่านเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา www.vec.go.th หรือเพจเฟซบุ๊ก &ldquo;สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา&rdquo; และ &ldquo;Fix it Center&rdquo; รวมทั้งสายด่วนกระทรวงศึกษาธิการ โทร. 1579 โดยให้ประชาชนสอบถามวัน เวลา ประเภทงานซ่อม และเงื่อนไขการให้บริการก่อนนำสิ่งของเข้ารับบริการ พร้อมเตรียมรายละเอียดความเสียหาย ภาพถ่าย และข้อมูลติดต่อกลับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินและประสานความช่วยเหลือได้ตรงจุด</p>

<p>นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดศูนย์ &ldquo;คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม&rdquo; เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ยานพาหนะและทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย โดยจัดให้มีบริการ ตรวจเช็กสภาพฟรี และซ่อมฟรี ตามเงื่อนไขที่แต่ละบริษัทกำหนด พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษารถหลังน้ำท่วมให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย พร้อมผนึกกำลังกับ ค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และศูนย์บริการรวม 29 ราย จัดมาตรการช่วยเหลือ ทั้งส่วนลดค่าอะไหล่ประมาณ 30% ค่าแรงสูงสุด 40% และตรวจเช็กสภาพรถฟรี รวมถึงบริการเพิ่มเติมจากผู้ประกอบการบางราย เช่น เคลื่อนย้ายรถ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและอะไหล่ โดยระยะเวลารับสิทธิเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้อำนวยความสะดวกกรณีแผ่นป้ายทะเบียนรถหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีสูญหาย/ชำรุด สามารถขอรับทดแทนได้ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ และไม่จำเป็นต้องนำใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริงมาแสดง สามารถใช้สำเนาแทนได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเสียเวลาและลดขั้นตอนในการดำเนินการ อีกทั้งยังได้ออกประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง ขยายระยะเวลาการดำเนินการด้านทะเบียนและภาษีรถ ด้านใบอนุญาตขับรถ หรือการดำเนินการอื่น ในจังหวัดที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) พ.ศ. 2569 ให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และพื้นที่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศให้เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ออกไป สำหรับผู้ที่ครบกำหนดระหว่าง วันที่ 28 กันยายน ถึง 30 ตุลาคม 2569 ประชาชนสามารถใช้บริการออนไลน์ เช่น การชำระภาษีรถประจำปีผ่านทางเว็บไซต์ <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Feservice.dlt.go.th%2F%3Ffbclid%3DIwZXh0bgNhZW0CMTAAcGRvZgVicmlkETFlSUVkcU5QTGNCSVBGMFc4c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHoRRaI_otuhA4ed1RXhWrW1Xv-K2HIlkNvsbH1Bkmp8JcJqeOJX0NP2ekpw8_aem_JPTCIL1mWETWCRmT3h42Ew&amp;h=AUCMnECnozk6eJEuQAoMV8cmRLFuo0CGOcg6xlFUwJ87KaqxR9yz23hiu9cut_ChTgXYQ0CODKyK2GyH6EFSCOTeKYu4hJnpn1TTeJsAtBOXkfa0TNzWXEcj9L61UV_qWbK32RpldThNkdY4M3djN1HVQ0OUDYLY&amp;__tn__=-UK-R&amp;c%5b0%5d=AUDdbTR6FZpCazPZ59Cqvw7N-F_wDTiRDKwOQMRBptdmzKHMCsQijEgKI331SdmZK73kHgVzJRwGfDnOfX9HcocIm1GXmCSQ-cxgonVBkMgbcIfTidwTzuK94Bxb6Gzua1Ndw8d9vRARQv-3r9nVEOUq1poJPahGxV2IOznYcN_OmLsX-LFg4Mw-O0m7u1JysXmh7d3YAShyoRJREob8AcPW-w" rel="noopener" target="_blank">https://eservice.dlt.go.th/</a> แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax Plus หรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง</p>

<p>นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำชับกรมการค้าภายในให้เร่งประสานความร่วมมือกับสมาคมผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และภาคเอกชน นำสินค้าจำเป็นมาจำหน่ายในชุมชนในราคาประหยัด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลดสำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร จัดรถ Mobile นำสินค้าอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ทำความสะอาดลงพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยกำหนดจุดจำหน่ายวันละ 2 จุด รวม 20 จุด ระหว่างวันที่ 9&ndash;18 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00&ndash;20.00 น. เพื่อให้ประชาชนเลือกซื้อสินค้าได้ใกล้บ้าน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย โดยมีสินค้าจำหน่าย 10 หมวด รวมกว่า 30 รายการ ครอบคลุมทั้งอาหารและของใช้จำเป็นในชีวิต ประจำวัน อุปกรณ์ทำความสะอาดสำหรับฟื้นฟูบ้านเรือน นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ยังเตรียมขยายการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดภายใต้โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ&rdquo; ระยะนำร่อง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2569 รวม 3,036 ครั้งทั่วประเทศ โดยจะเริ่มจัดกิจกรรมพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 300 ครั้ง และภูมิภาค 76 จังหวัด รวม 2,736 ครั้ง เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นจัดกิจกรรมในพื้นที่ชุมชนให้ประชาชนเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก ประชาชนสามารถตรวจสอบวัน เวลา และสถานที่จำหน่ายสินค้าได้ทางเว็บไซต์ www.dit.go.th และเฟซบุ๊ก &ldquo;กรมการค้าภายใน DIT&rdquo;</p>

<p>&nbsp;</p>

<ul>
	<li itemprop="about">Tags: <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99/">ความเดือดร้อน</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">ผู้ประสบอุทกภัย</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e/">ลดค่าครองชีพ</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b2/">เร่งบรรเท</a>า</li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20261012ac97b8d7de59dcff3c6898a1705584bc100528.jpg' type='image/jpg' length='298787' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“กรมธนารักษ์” จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการประชุม IMF-World Bank 2026 เปิดจำหน่าย จ่ายแลก ตั้งแต่ 9 ต.ค. เป็นต้นไป]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/549474</link>
<guid isPermaLink="false">8a8cbd41a59df240c04b71b118f1cb0f</guid>
<pubDate>Fri, 09 Oct 2026 10:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เนื่องด้วยที่ประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) เห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12 &ndash; 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสดังกล่าว และเพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และเผยแพร่พระเกียรติคุณของทั้งสองพระองค์ให้แผ่ไพศาลทั้งภายในประเทศและนานาประเทศ อีกทั้งเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักแก่ชาวต่างประเทศทั้งในส่วนของผู้เข้าร่วมประชุมและนักท่องเที่ยวทั่วไป สำหรับการจัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 จัดทำขึ้น จำนวน 2 ประเภท ประกอบด้วย<br />
1. เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ประเภทขัดเงา ชนิดราคา 100 บาท ขนาด เส้นผ่า ศูนย์กลาง 38 มิลลิเมตร น้ำหนัก 25 กรัม จำนวนผลิตไม่เกิน 30,000 เหรียญ ราคาจำหน่ายเหรียญละ 700 บาท<br />
2. เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ประเภทธรรมดา ชนิดราคา 100 บาท ขนาด เส้นผ่า ศูนย์กลาง 38 มิลลิเมตร น้ำหนัก 25 กรัม จำนวนผลิตไม่เกิน 200,000 เหรียญ ราคาจ่ายแลกเหรียญละ 100 บาท<br />
ด้านหน้า กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ผินพระพักตร์ทางเบื้องซ้าย ทรงฉลองพระองค์ชุดสากล และพระรูปสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ผินพระพักตร์ทางเบื้องซ้าย ทรงสร้อยพระศอ ทรงฉลองพระองค์ชุดไทย ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า &ldquo;พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว&rdquo; และข้อความว่า &ldquo;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&rdquo; โดยมีลายไทยประดิษฐ์คั่นระหว่างพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยของทั้งสองพระองค์<br />
ด้านหลัง กลางเหรียญมีรูปตราสัญลักษณ์การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ด้านขวาของรูปตราสัญลักษณ์มีเลขบอกราคาว่า &ldquo;๑๐๐&rdquo; และ &ldquo;100&rdquo; โดยมีเส้นคั่นระหว่างเลขบอกราคาดังกล่าว ด้านซ้ายของรูปตราสัญลักษณ์มีข้อความว่า &ldquo;บาท&rdquo; และ &ldquo;BAHT&rdquo; โดยมีเส้นคั่นระหว่างข้อความดังกล่าว ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า &ldquo;ในโอกาสการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี ๒๕๖๙&rdquo; เบื้องล่างมีข้อความว่า &ldquo;ประเทศไทย&rdquo; โดยมีลายไทยประดิษฐ์คั่นระหว่างข้อความเบื้องบนกับเบื้องล่างทั้งสองข้าง</p>

<p>ผู้ที่ประสงค์จะขอแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าว สามารถติดต่อขอแลกได้ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ตามช่องทาง ดังนี้<br />
ส่วนกลาง<br />
&bull; กองบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน จังหวัดปทุมธานี โทร. 0 2565 7944<br />
&bull; หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2282 4109<br />
&bull; หน่วยจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2618 6340</p>

<p>ส่วนภูมิภาค<br />
&bull; สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่ทั่วประเทศ</p>

<p>ช่องทางออนไลน์<br />
&bull; www.treasury.go.th (e-Commerce ระบบบริการจำหน่ายเหรียญและผลิตภัณฑ์เหรียญ)<br />
&bull; แอปพลิเคชัน TRD e-Commerce สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS (App Store) และ Android (Play Store) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย</p>

<p>ซึ่งการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ กรมธนารักษ์จะจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ โดยผู้สั่งซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง<br />
ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารเงินตรา โทร. 0 2565 7944 และ Call Center กรมธนารักษ์ โทร. 0 2059 4999</p>

<ul>
	<li itemprop="about">Tags: <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/imf-world-bank-2026/">IMF-World Bank 2026</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c/">กรมธนารักษ์</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b6%e0%b8%81/">ที่ระลึก</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%93%e0%b9%8c/">เหรียญกษาปณ์</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/202610098e99278d1e0aa9ef6a1ac6053f347e59105558.jpg' type='image/jpg' length='246618' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ สั่งรับมือฝนตกหนัก ใช้ Nowcast ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยง “กรมชลประทาน” ระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำตลอด 24 ชม.]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/549471</link>
<guid isPermaLink="false">7525fe599884433dd27656141e894fa0</guid>
<pubDate>Fri, 09 Oct 2026 10:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในช่วงวันที่ 9&ndash;13 ตุลาคม 2569 จะมีฝนตกในหลายพื้นที่ ให้ทุกหน่วยงานร่วมวางแผนการระบายน้ำ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยบูรณาการข้อมูลคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และข้อมูล Nowcast มาประกอบการประเมินความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ ปรับการแจ้งเตือนให้กระชับ และคาดการณ์ล่วงหน้าแบบระยะสั้น 6&ndash;12 ชั่วโมง เพื่อให้ข้อมูลมีความแม่นยำและใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมากที่สุด พื้นที่ที่ประเมินแล้วว่าจะมีน้ำท่วมสูง ขอให้เตรียมการอพยพล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงความเสี่ยงและแนวทางการรับมือที่ถูกต้อง<br />
สำหรับลุ่มน้ำบางปะกงในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและเร่งระบายน้ำบริเวณปากแม่น้ำบางปะกงโดยเร็ว ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ขอให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัย ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรและบุคลากรอย่างเต็มที่ หากหน่วยงานใดต้องการรับการสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มเติม ขอให้แจ้งมาที่ส่วนกลางด่วน เพื่อให้รัฐบาล กองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้การบริหารจัดการสาธารณภัยและรับมือกับสถานการณ์ต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น พื้นที่ที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ขอให้กระทรวงสาธารณสุขดูแลสุขภาพประชาชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่คาดการณ์ว่าฝนจะตกหนัก เตรียมหน่วยปฏิบัติการให้พร้อมช่วยเหลือประชาชน เร่งจัดทำทางระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางไม่ให้มีผลกระทบต่อแนวการไหลของน้ำ รวมถึงพื้นที่ที่มีสัตว์ตายจากน้ำท่วม ให้เร่งจัดการซากสัตว์ตามหลักสุขาภิบาลและวิชาการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ให้สร้างความเดือดร้อนเพิ่มเติมแก่ประชาชน และเน้นย้ำการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ โดยให้แต่ละจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและประเมินสถานการณ์ กำหนดพื้นที่เสี่ยงและจุดเฝ้าระวัง โดยใช้ข้อมูลพื้นที่ประสบภัยเดิม พื้นที่ลุ่มต่ำ เส้นทางคมนาคม และพื้นที่สำคัญที่อาจได้รับผลกระทบ ตรวจสอบและปรับปรุงระบบระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และสิ่งกีดขวางทางน้ำ เตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและทรัพยากร จัดทำแผนสนับสนุนและบูรณาการทรัพยากรระหว่างพื้นที่ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานการช่วยเหลือระหว่างกันอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนหรือส่งต่อปัญหาระหว่างพื้นที่ ทบทวนจุดอพยพ ศูนย์พักพิง เส้นทางอพยพ การดูแลกลุ่มเปราะบาง และช่องทางการสื่อสารแจ้งเตือนประชาชน ให้พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ กำกับติดตามและรายงานผลการเตรียมความพร้อม รวมถึงปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด และความต้องการรับการสนับสนุนมายังส่วนกลางผ่านกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ประชาสัมพันธ์ช่องทางแจ้งเหตุฉุกเฉินและช่องทางติดต่อภาครัฐอย่างเป็นทางการ และจัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติตามภารกิจของหน่วยงาน เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงาน การประสานงาน และการสนับสนุนทรัพยากรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ</p>

<p>นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน สั่งการเร่งระดมทุกสรรพกำลังติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบกับประชาชน โดยสำนักเครื่องจักรกล และสำนักงานชลประทานทั่วประเทศ สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ รวมถึงเร่งกำจัดผักตบชวา สิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อผลักดันน้ำที่ท่วมขังในทุกพื้นที่เสี่ยงควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับมือฝนระลอกใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ในช่วงวันที่ 9&ndash;13 ตุลาคม 2569 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนเมืองและพื้นที่ลุ่มต่ำที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมขังและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงติดตามสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเร่งระบายน้ำและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดฝนตกหนัก โดยกรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เครื่องมือ เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที หากประชาชนประสบปัญหาน้ำท่วม น้ำท่วมขัง คันกั้นน้ำชำรุด ประตูระบายน้ำขัดข้อง หรือเหตุฉุกเฉินด้านน้ำ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ โทร. 02-583-3495 หรือสายด่วนกรมชลประทาน 1460 รวมถึงช่องทางออนไลน์ของกรมชลประทาน เพื่อประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด</p>

<p>นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัย ให้จังหวัดที่ประสบภัย รวมถึงกรุงเทพมหานคร เร่งสำรวจครัวเรือนผู้ประสบภัยที่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา ตรวจสอบหลักเกณฑ์และเร่งนำส่งรายชื่อมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนตามหลักเกณฑ์และนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับเงินช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับสถานการณ์ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่<br />
1) เงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 โดยในส่วนของจังหวัดเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วน กทม. เป็นอำนาจหน้าที่ของ กทม. และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกอบด้วย ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ หลังละไม่เกิน 88,600 บาท ค่าเช่าที่พักอาศัยไม่เกิน 2,500 บาทต่อเดือน สูงสุดไม่เกิน 2 เดือน ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ ครอบครัวละไม่เกิน 13,500 บาท ค่าช่วยเหลือกรณีได้รับบาดเจ็บสาหัสและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป จำนวน 5,000 บาท กรณีได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นพิการ จำนวน 16,600 บาท และค่าจัดการศพ รายละไม่เกิน 35,700 บาท หากผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือผู้หาเลี้ยงครอบครัว จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 35,700 บาทประชาชนยื่นคำร้องได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หรือสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร ขณะนี้จังหวัดต่าง ๆ ได้เริ่มทยอยจ่ายเงินช่วยเหลือในส่วนที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว<br />
2) เงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรี ปัจจุบันมีพื้นที่ที่อยู่ในหลักเกณฑ์การได้รับความช่วยเหลือ รวม 66 จังหวัด โดยเป็นการช่วยเหลือในอัตรา 9,000 บาท และ 5,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด ได้แก่ กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมไม่เกิน 7 วันและมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท กรณีน้ำท่วมที่อยู่อาศัยติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท และกรณีบ้านพักอาศัยถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท สำหรับอาคารหรือตึกสูง แม้ตัวอาคารจะไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม แต่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ล้อมพื้นที่จนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ หากเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท<br />
ประชาชนแจ้งความเสียหายหรือผลกระทบจากภัยพิบัติได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ ผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ทางรัฐ&rdquo; และการยื่นคำร้องด้วยตนเอง ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หรือสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร ปภ. ได้รับข้อมูลจากจังหวัดและดำเนินการตรวจสอบ ก่อนส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินเรียบร้อยแล้ว จำนวน 8,219 ครัวเรือน ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ สระแก้ว ตาก จันทบุรี และแม่ฮ่องสอน คิดเป็นวงเงินรวม 68,003,000 บาท โดยธนาคารออมสินดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชนของผู้ประสบภัยในวันที่ 8 ตุลาคม 2569<br />
3) โครงการจัดซื้อประกันภัยพิบัติภาครัฐให้แก่ประชาชน ซึ่งเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุมการคุ้มครองด้านที่อยู่อาศัย ชีวิต และร่างกาย ปัจจุบันมีการอนุมัติจ่ายสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มให้แก่ทายาทของผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว 1 ราย และโอนเงินเข้าบัญชีของทายาท 2 ล้านบาทตามหลักเกณฑ์ นับเป็นรายแรกที่ได้รับการจ่ายสินไหมทดแทน ขณะที่กรณีผู้เสียชีวิตอีก 1 รายในจังหวัดสิงห์บุรี อยู่ระหว่างบริษัทประกันภัยตรวจสอบเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การจ่ายสินไหมทดแทน<br />
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและยืนยันผู้มีสิทธิ เพื่อให้สามารถส่งต่อข้อมูลเข้าสู่กระบวนการจ่ายเงินได้โดยเร็วที่สุด โดยรัฐบาลมุ่งให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ตรงตามหลักเกณฑ์ และสอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง สำหรับผู้ประสบภัยที่อยู่ในกลุ่มการจ่ายเงินเยียวยา ครัวเรือนละ 9,000 บาท ขอให้ตรวจสอบบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน เพื่อรอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล ซึ่งธนาคารออมสินจะเป็นผู้ดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชี</p>

<p>&nbsp;</p>

<ul>
	<li itemprop="about">Tags: <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/">นายกรัฐมนตรี</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87/">พื้นที่เสี่ยง</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/">เครื่องสูบน้ำ</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/">เร่งระบายน้ำ</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/2026100935fe11fa130cf9c28434bf69911abbff105021.jpg' type='image/jpg' length='251375' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เหรียญกษาปณ์ แสตมป์ที่ระลึก การประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/549307</link>
<guid isPermaLink="false">41a60c48b26766f0b111ab0a6b387c4d</guid>
<pubDate>Thu, 08 Oct 2026 15:56:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>การจัดทำเหรียญกษาปณ์และแสตมป์ที่ระลึก ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติระดับสากลของทุกประเทศ เมื่อได้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมใหญ่ระดับโลก และเป็นของที่นิยมสะสมอย่างยิ่งในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือการประชุม IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings เมื่อปี 2534 ในโอกาสที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในครั้งแรก กระทรวงการคลังมอบเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกให้กับผู้แทนประเทศต่างๆ ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย มอบธนบัตรไทยที่ระลึกและเข็มกลัดดอกกล้วยไม้ให้กับคณะผู้ว่าการธนาคารกลางและภริยา ซึ่งเป็นธนบัตรไทยที่ใช้อยู่ในช่วงเวลานั้น พร้อมคำจารึกการประชุมบรรจุในอัลบั้มที่ออกแบบเป็นสมุดข่อยทำด้วยผ้าไหมไทย ส่วนเข็มกลัดดอกกล้วยไม้ทำขึ้นอย่างพิถีพิถันจากดอกกล้วยไม้จริงเคลือบด้วยแลคเกอร์ชุบทอง 24K ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ มอบภาพเขียนของศิลปินชั้นนำ อาทิ อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ บางธนาคารมอบถ้วยเบญจรงค์และกรอบรูปธรรมจากเรื่องเงินสวยงามตราตรึงเป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงคนไทยและไมตรีจิตที่มีต่อมิตรประเทศทุกชาติทุกภาษา</p>

<p>สำหรับเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก การประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ พ.ศ. 2534 เป็นโลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 100 บาท<br />
ด้านหน้า &ndash; กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุย ทรงสายสร้อยแห่งเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ และสายสร้อยแห่งเครื่องราช อิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงฉลองพระองค์ชุดไทย ทรงสะพักปักลาย ทรงสายสะพายและสายสร้อยแห่งเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ประดับเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ภายในวงขอบเหรียญด้านขวามีอักษร พระปรมาภิไธยย่อ &ldquo;ภปร&rdquo; ภายใต้พระมหามงกุฎ ด้านซ้ายมีอักษรพระนามาภิไธยย่อ &ldquo;สก&rdquo; ภายใต้มงกุฎขัตติยราชนารี เบื้องล่างมีข้อความว่า &ldquo;พ.ศ. 2534&rdquo; &ldquo;ประเทศไทย&rdquo; และ &ldquo;100 บาท&rdquo; โดยมีจุดกลมคั่นระหว่างข้อความดังกล่าว<br />
ด้านหลัง &ndash; กลางเหรียญเป็นรูปสัญลักษณ์การประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า &ldquo;ANNUAL MEETINGS&rdquo; และ &ldquo;BOARDS OF GOVERNORS&rdquo; โดยมีจุดกลมคั่นระหว่างข้อความดังกล่าว เบื้องล่างมีเลขอารบิกบอกปีคริสต์ศักราช &ldquo;1991&rdquo; ใต้เลขอารบิกบอกปีคริสต์ศักราชมีข้อความว่า &ldquo;BANGKOK, THAILAND&rdquo; &ldquo;WORLD BANK GROUP&rdquo; และ &ldquo;INTERNATIONAL MONETARY FUND&rdquo; โดยมีจุดกลมคั่นระหว่างข้อความดังกล่าว และมีข้อความบอกราคาว่า &ldquo;100 BAHT&rdquo; อยู่ระหว่างนกวายุภักษ์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำกระทรวงการคลัง</p>

<p>นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ในปี 2534 กระทรวงการคลังได้ทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเป็นมูลค่าหน้าเหรียญ 100 บาท โดยหน้าเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง คู่กัน ในปี 2569 นี้ที่ประเทศไทยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีความรู้สึกว่าเป็นโอกาสพิเศษที่จะทำเหรียญขึ้นมาอีกแบบหนึ่ง คือมีขนาดเท่ากัน มีราคาหน้าเหรียญเท่ากัน แต่จะต่างกันที่หน้าเหรียญจะเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 กับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อีกทั้ง ตราไปรษณียากรที่ระลึกการจัดประชุมเมื่อ ปี 2534 ทั้งผู้ร่วมงานและประชาชนคนไทยได้ร่วมเก็บสะสมพร้อมประทับตราพิเศษลงวันที่แต่ละวันในช่วงจัดการประชุม โดยมีตราสัญลักษณ์ของงาน มีรูปเหรียญโบราณ ในขณะที่สัญลักษณ์ของการเป็นเจ้าภาพการประชุมในปีนี้ใช้แนวคิดร่วมสมัยจากลายประจำยามและลายพระแสงจักรบนเงินพดด้วงผสานลายเส้นพริ้วไหวสื่อถึงกระแสการเงินและการถักทอเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลกอย่างน่าเชื่อถือ มุ่งสู่ความยั่งยืนในอนาคต การเป็นเจ้าภาพประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) จึงเป็นโอกาสอีกครั้งที่คนไทยจะร่วมสร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลกต้อนรับผู้แทนกว่า 15,000 คน พร้อมขับเคลื่อนเม็ดเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจไทย</p>

<p>&nbsp;</p>

<ul>
	<li itemprop="about">Tags: <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/imf-world-bank-group-annual-meetings-2/">IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%8d%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%93%e0%b9%8c/">เหรียญกษาปณ์</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c/">แสตมป์</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/2026100865a60d24ada4ba75dd5c339aa066a03d155700.jpg' type='image/jpg' length='242279' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ สั่งรับมือฝนตกหนักภาคใต้ 9-13 ต.ค. “เจเศรษฐ์” Kick Off “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ประเดิมจ่ายค่าสินไหมผู้ประสบภัยลำพูน – เชียงใหม่]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/549304</link>
<guid isPermaLink="false">4fb6f4e5456975385c7667981f180524</guid>
<pubDate>Thu, 08 Oct 2026 15:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในพื้นที่ภาคใต้ยังมีฝนตกหนัก จึงได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้เตรียมความพร้อมทุกด้าน โดยเฉพาะอาหาร น้ำดื่ม และเส้นทางขนส่ง เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสร้างเครือข่าย Supply Chain ตั้งแต่ตลาด แหล่งขนส่งอาหาร และห้างสรรพสินค้า เพื่อให้มีวัตถุดิบและน้ำดื่มเพียงพอในช่วง 1&ndash;2 วันแรกของการเกิดภัย พร้อมกำชับการจัดถุงยังชีพให้เหมาะกับสถานการณ์ และย้ำให้เตรียมพร้อมรับฝนระลอกใหม่ ในห้วงวันที่ 9&ndash;13 ตุลาคม 2569 ภาพรวมจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากโดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ไล่ลงไปจนถึงภาคใต้ โดยในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เริ่มมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคใต้ ดังนั้น การช่วยเหลือจะต้องรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมทั้งมีข้อสั่งการ ดังนี้<br />
1. เพิ่มมาตรการ สร้างการรับรู้สู่ประชาชน ให้จังหวัดที่ยังคงมีสถานการณ์ เพิ่มการสื่อสาร ทำความเข้าใจ ให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเกิดจากอะไร ภาครัฐกำลังทำอะไร วิธีปฏิบัติตนให้ปลอดภัย และช่องทางรับความช่วยเหลือ<br />
2. ป้องกันความขัดแย้ง ให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ สแกนพื้นที่เสี่ยงเกิดความขัดแย้งจากกรณีการระบายน้ำ การทำคันกั้นน้ำ พร้อมทั้งร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง อย่าให้เกิดความขัดแย้งจากกรณีดังกล่าวเด็ดขาด<br />
3. วางแผนระบายมวลน้ำระหว่างจังหวัดแบบไร้รอยต่อ ให้จังหวัดที่มีสถานการณ์และมีเส้นทางน้ำเชื่อมต่อกัน กำหนดแผนร่วมกันและบูรณาการร่วมกับหน่วยทหาร ชลประทาน ในการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อส่งต่อมวลน้ำ ได้อย่างเชื่อมโยงกันและไร้รอยต่อ</p>

<p>สำหรับการรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ ได้กำชับให้ทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้จัดทำแผนเผชิญเหตุที่มีการแบ่งมอบภารกิจอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมขอให้แม่ทัพภาคที่ 4 ช่วยสนับสนุนกำลังพล ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากร เข้าช่วยเหลือการปฏิบัติงานของทั้ง 14 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ด้วย เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำทุกจังหวัดเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ รายงานสถิติน้ำฝนรายวัน การบริหารงบประมาณ กำหนดจุดจอดรถฉุกเฉินพร้อมพิกัดให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้กีดขวางการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ การจัดเตรียมศูนย์พักพิงและสิ่งของจำเป็น รวมถึงการเตรียมสุขาสำรองเพื่อป้องกันปัญหาด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม</p>

<p>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งในพื้นที่ภาคใต้ กรมชลประทานเตรียมรับมือฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นช่วงวันที่ 10&ndash;11 ตุลาคม โดยจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำไว้พร้อมช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยง ขณะที่จังหวัดเพชรบุรี เตรียมพร่องน้ำบริเวณเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งปัจจุบันมีน้ำในอ่าง 727 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 102% ของความจุ</p>

<p>ส่วนการจ่ายเงินเยียวยา ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้ให้จังหวัดเร่งตรวจสอบรายชื่อ ข้อมูลจำนวนครัวเรือนที่จะได้รับเงินเยียวยา และให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ตรวจสอบข้อมูลให้เรียบร้อยด้วยความรอบคอบและไม่ซ้ำซ้อนก่อนส่งธนาคารออมสิน โดยวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ปภ.ได้ส่งข้อมูลรายชื่อผู้ได้รับเงินเยียวยาไปยังธนาคารออมสินแล้วกว่า 10,400 ครัวเรือน เป็นเงิน 94 ล้านบาท โดยให้ ปภ. ประสานธนาคารออมสินกระชับระยะเวลาในการดำเนินการให้สั้นลง เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว</p>

<p>นอกจากนี้ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงข่าว &ldquo;ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เดินหน้าผู้ประสบภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทน จากเหตุน้ำป่าไหลหลากจังหวัดลำพูนและเชียงใหม่&rdquo; ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไปยังจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่<br />
นายเจเศรษฐ์ ระบุว่า จากสถานการณ์ภัยที่เกิดขึ้นในปัจจุบันโดยเฉพาะภัยพิบัติทางธรรมชาติมีแนวโน้มรุนแรงและมีความถี่เพิ่มขึ้น รัฐบาลได้ปรับรูปแบบการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ จากการให้ความช่วยเหลือหลังเกิดภัย ไปสู่การบริหารจัดการความเสี่ยงล่วงหน้า เมื่อเกิดภัยธรรมชาติประชาชนจะมีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครอง 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยเริ่มต้นคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยพื้นที่ที่จะได้รับสิทธิ์เข้าโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติจะต้องประกาศเป็นพื้นที่ที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย หรือชีวิต โดยทีมคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสมาคมประกันวินาศภัยไทย ได้เดินทางไปยังจังหวัดลำพูน เพื่ออำนวยความสะดวกในการช่วยลงทะเบียนให้กับผู้ประสบภัยผ่านระบบออนไลน์ จากเหตุน้ำป่าไหลหลาก เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 17.00 น. ในพื้นที่ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4 หมู่บ้าน 225 ครัวเรือน จังหวัดลำพูนถือเป็นพื้นที่แรกที่ใช้การเคลมประกันของกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่มเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยจ่ายเป็นค่าความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาท เข้าบัญชีผู้ลงทะเบียนภายใน 15 วัน จากนั้นได้เดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการช่วยลงทะเบียนให้กับผู้ประสบภัยผ่านระบบออนไลน์จากเหตุวาตภัย เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 15.30 น. ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านจันท์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 2 หลัง และเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จังหวัดเชียงใหม่จึงดำเนินการเคลมประกันของกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่มเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติให้กับเจ้าของบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากวาตภัย จำนวน 2 หลัง โดยจ่ายเป็นค่าความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาท และการเคลมประกันของกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่มเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติให้กับญาติของผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย วงเงินคุ้มครอง 2,000,000 บาท/คน</p>

<p>ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ปภ. ร่วมหารือกับ คปภ. สนับสนุนเรื่องระบบนำเข้าข้อมูลสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อที่ทาง ศปภ. จะได้นำมาใช้เป็นข้อมูลหลักร่วมกับการประเมินของ คปภ. และ ปภ. พร้อมที่จะช่วยขยายผลการเผยแพร่ข้อมูลการใช้งานเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่ต้องนำเข้าข้อมูลอย่างเต็มที่ เนื่องจากระบบประกันภัยพิบัติเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยนำมาใช้ เพื่อให้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง และประชาชนจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาอย่างรวดเร็ว</p>

<p>&nbsp;</p>

<ul>
	<li itemprop="about">Tags: <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5/">นายกรัฐมนตรี</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">ฝนตกหนัก</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89/">ภาคใต้</a>, <a href="https://www.realnewsthailand.net/article/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad/">รับมือ</a></li>
</ul>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/202610082692fa89fd8dd381b27eb7a4447b82cb155428.jpg' type='image/jpg' length='236497' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[Pre-Order เสื้อโปโลกรมประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://secretary.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/549158</link>
<guid isPermaLink="false">2129a663e45966055ec97acdc1ca8d00</guid>
<pubDate>Thu, 08 Oct 2026 13:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" class="sweezy-custom-cursor-default-hover" src="https://secretary.prd.go.th/cms/s11/u422/5929b4ad_8a84_41c8_b280_0bd062d8.jpg" style="width: 800px; height: 1131px; cursor: url(&quot;data:image/png;base64,iVBORw0KGgoAAAANSUhEUgAAACAAAAAgCAYAAABzenr0AAAAAXNSR0IArs4c6QAABOtJREFUWEe913tsFEUcB/Dv7O3ttZRSykNNc7R3hsQokiCiYjCYEEgqKCH2dRI1EjBCFGMI8Ifx+YftVTQ+ImI0MSYaosT+wR/yUAwRFSWGEq34CJKd7V1bSoGDPu56u7PzM3O7V1oooU8mudxudm9+n/3NzG9uWTQa3UBEOwB0MMZipmn+gRvYWDQa7Y5WhIrPddnoSVO3EOLhRCLx440yKIATq5qhr6uegdhGE6mLIi2Jqi3L2n8jEB7g0VK9/pmbkbggUP0cR9d54QB43DTNPZON8ABrSvX6p28CJOFcn0TtFgtmmy2J6HnLsnZOJiIHqHtkut6w3gPAJfTahLWvJNHyXz+I6CXLst6YLIQHWDVdb1g32wMID5FxCU+92YFjJzMA0VuWZW2bDIQC2LGVJcH6J2blAsOF9y0JQhI27erCd8f7wBg+45xvUFcnEqIA2VhliVG/dqYP8DKQ/xABL+6+gN0/90LTsJdzXgcgO1GIHKBuxTSjITZjKED4mVAYIsT3X8KH3/dCD7BD6XR6TWdnZ99EIDzAsmKjodYH+HMgl4H8sfqWhJ1H02g82I2AhmOO46xqa2s7P16EB3iw2Giomu5lYHDQq86BPScz2P5ND5iGv4UQK5LJZNt4EDlA7dKpRnx1yTAAAEJ6007BcseEfdzB5n09kAB3XXd5IpE4PVaEB3igyIivHAZwVTY8gML8cMbFhm97lUltYpVj3cQ8wOIiI15ZfHUGhhuOfCYE4URK4snDGfRJXBRCrB7LJuYB7plixFdMvQy4VmD19I6/RHP3SJzqIcSOZnHBoTSAKs75gdEMhwdYWGjEl031J6D0x3tQoMGgYY4TGYmaZoGzNmwp5VrLsppGilCA/toFhaH40ilDJhrydUBNvFza/So5+FyVbr98d2YJj510wbOs2zTNktEB5heE4ksKLwcaCOgHv2IVtGcIX7a7aE5JnE4DKUHISoABIKCDc142KkDN7aFQ4+KCoTVgAOE/vZ/63y65qGsWUJsDgAQR/QngDBH1Auh3XffzZDLZMjrAbUaocVFoaAby+0F+0vnLr+msxJZTLhjRVsuy3h5poGvdl5sDNXODocYFhgcg4EinQFPCRVda4tmKAJYU+YXIJTgu4b7fJVIujnPOF00EIFNzq17QOM8AT0tsa87i1/MSOkOGMeaUGZh25K4ANDtfESXePwu808VAJJdZlnV4PAiVgUx1RC+4v5Rh2wlbFbp+AI0A3gVQ5wIffRxlqFRZ8IelRxDuNjVVEvZxzleNF9A1M4hZZ7KEoMZaiKiWc/6P6jQcDhcGg0FrfgHN3ls+aKNyCS+nNHzRq5GU8s7W1ta/xopg5eXlNZqmvQ7gF9u2N7e3t6uKNtAikcirgvDa3rDEwkB+WRLaHWBxKoQA0aec8/VjBlzvh2VlZbMMw2hdXkCFn5Q6lwuSS9iUDuKg0FX1i1iW1XG9voa7nlvM12uRSGSXANv4U2kWFeTviC7QIhgesgthMGw3TVO93o26jQgQDofn6rr+b8xwtYagPfD33XGBubIIGuE9zvkLo44Or3qOqEWj0a81oqrdwX7cS24OsYMMfEAhaKAY5/yrEXV0xU0jBlRUVEQZY0cl2C13wMUlMLRBU8EP+EtRTipAdT5nzpyyQCCwFcA8VaSI6BDnXL26qXfJMbX/AaJ6SE5q1mCzAAAAAElFTkSuQmCC&quot;) 1 1, auto !important;" /></p>

<p>Pre-Order เสื้อโปโลกรมประชาสัมพันธ์ <img alt="🔥" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t50/1/16/1f525.png" width="16" /></p>

<p><img alt="👕" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tec/1/16/1f455.png" width="16" /> ราคา 289 บาท/ตัว</p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1?__cft__[0]=AZhxT5tmXPOh7NK4S9ny-JmtLKQqmQtxlSPeP45CbnimekEdXWA17aQ6hVkmI6j7cRvxhIlBZ6pQpJ7iY5d9Mo4W0p_j2KRECKp4jWZVeOlA33eKsxdNOh48LR-47cami9N58YOImZsY2vLkjAWEvqpaQkaHLpUpACSnkvT46r4NreBKP7njT2Ep5_w2Ulmu6LTWAQr89A1PSy-qswM&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#โปรสุดคุ้ม</a> ซื้อ 2 ตัว ในราคาเพียง 550 บาท (ตกตัวละ 275.- เท่านั้น!) จับคู่หารกับเพื่อน คุ้มสุดๆ (ยอดจองครบ 100 ตัว/แบบ เริ่มผลิตทันที!)</p>

<p><img alt="📩" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tc0/1/16/1f4e9.png" width="16" /> แบบฟอร์มสั่งจองเสื้อโปโล</p>

<p><a href="https://docs.google.com/.../1FAIpQLSe6pe6iONmAyx.../viewform" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">https://docs.google.com/.../1FAIpQLSe6pe6iONmAyx.../viewform</a></p>

<p><img alt="📞" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4d/1/16/1f4de.png" width="16" /> สอบถามเพิ่มเติม: งานสวัสดิการ สลก. โทร. 02 618 2323 ต่อ 1823, 1826</p>
]]></description>
<enclosure url='https://secretary.prd.go.th/th/file/get/file/20261008fdd0c83690d854fc250f632fddbe6d44135128.jpg' type='image/jpg' length='187236' />
</item>
</channel>
</rss>
